Money Expo สัญจร โคราช 2008
Home | Recipes | Street Cafe | Travel | Shopping | Happy Meal | Star Choice | Nutrition | Health Care
Tools & Tips | Events | Restaurant Guide | About Us | Contact Us | Subscribe | Search Restaurant
Member Login
Username
Password

สมัครสมาชิกเว็บไซต์ gourmetthai.com เพียงปีละ 100 บาท รับสิทธิพิเศษค้นหาข้อมูลร้านอาหารในเว็บไซต์


Food
Recipes
Street Café
Restaurant Reviews
Shopping
Cookbook
Beverage
Wine
Beer
Whiskey
Soft Drinks
Entertainment
Theatre & Film
Events
Promotion
Privileged Card
กุ้ยหลิน...เหมือนมิใช่อยู่ในโลกเดียวกัน
 
 
Travel Menu
Inbound
Outbound








           ฤดูร้อนปีนี้ผมขอพาผู้อ่านหลบร้อนไปพักผ่อนที่เมืองกุ้ยหลินกันครับ เพราะชื่อเสียงเรียงนามของกุ้ยหลินนั้นค่อนข้างจะคุ้นหูคนไทยยิ่งนัก อีกทั้งยังเป็นเมืองเล็กๆ ในมณฑลกวางสี ซึ่งเป็นถิ่นที่คนจีนโพ้นทะเลอพยพเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทยมากที่สุดมณฑลหนึ่ง ไม่เชื่อลองถามเพื่อนของคุณคนไหนก็ได้ที่มีบรรพบุรุษเป็นชาวจีนมาจากแผ่นดินใหญ่ แล้วจะพบว่าส่วนมากรุ่นพ่อรุ่นแม่หรือรุ่นอากงอาม่าล้วนมาจากมณฑลนี้เกือบทั้งสิ้น

           การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังเมืองกุ้ยหลินในปัจจุบันสามารถบินตรงได้ด้วยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ใช้เวลาบินสบายๆ ราว 3 ชั่วโมงกว่าๆ ก็จะถึงกุ้ยหลินประมาณทุ่มตรง (ตามเวลาท้องถิ่น)

           สนามบินของเมืองกุ้ยหลินปัจจุบันยกระดับขึ้นเป็นสนามบินนานาชาติแล้ว แต่ตัวอาคารผู้โดยสารยังไม่ได้พัฒนาให้สวยงามทันสมัยเหมือนสนามบินสุวรรณภูมิ แต่เชื่อว่าอีกไม่นานหรอกครับ จีนทำแน่ เพราะยอดผู้โดยสารที่ผ่านเข้ากุ้ยหลินเพิ่มขึ้นทุกปี นอกจากนี้ยังถือว่ากุ้ยหลินเป็นประตูอีกบานของเขตปกครองพิเศษมณฑลกวางสี ที่มีประชากรอยู่รวมกันทั้งมณฑลหนาแน่นถึงกว่า 46 ล้านคน โดยมีชาวจีนเผ่าจ้วงอาศัยอยู่มากที่สุด

          อย่างไรก็ตาม ถึงแม้เมืองกุ้ยหลินจะมีชื่อเสียงระบือไกล แต่รัฐบาลกลางของสาธารณรัฐประชาชนจีนได้สถาปนาให้เมืองหนางหนิงที่อยู่ห่างจากกุ้ยหลินประมาณ 400 กิโลเมตรเป็นเมืองเอกของมณฑลนี้ เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางทางการค้าและการลงทุนที่ทุกประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ความสนใจเข้าไปลงทุนกันมาก โดยจีนได้แบ่งพื้นที่บริเวณอำเภออูหมิงเสี้ยนที่อยู่ห่างจากหนางหนิงประมาณ 60 กิโลเมตรเป็นพื้นที่พิเศษ เพื่อให้นักลงทุนจากไทย พม่า อินโดนีเซีย เวียดนาม และสิงคโปร์ เช่าระยะยาว

            บริเวณเขตอุตสาหกรรมใหม่นี้ ผมบังเอิญมีโอกาสเดินทางผ่านไปพอดี จึงสังเกตเห็นว่ากำลังมีการก่อสร้างและขยายเมืองกันอย่างเอาเป็นเอาตายทีเดียว พื้นที่กว้างขวางสุดลูกหูลูกตาซึ่งเป็นเนินเขาหลายลูกติดต่อกันถูกปรับให้เป็นโรงงาน อาคารพาณิชย์ อพาร์ตเมนต์ ห้างสรรพสินค้า และอื่นๆ รวมไปถึงการขยายถนนให้กว้างขวางใหญ่โต สังเกตได้จากเสาไฟฟ้าสองข้างถนนแต่ละต้นสูงชะลูดและมีขนาดใหญ่มากๆ

           เขตอุตสาหกรรมใหม่นี้ รัฐบาลจีนคาดหวังให้เป็นศูนย์กลางการแปรรูปและการผลิตพืชผลทางเกษตรกรรม เพราะพื้นที่บริเวณนี้เหมาะกับการปลูกพืชแบบอุตสาหกรรม เช่น การทำไร่อ้อย สับปะรด หรือส้ม ขณะนี้ได้ลงแปลงปลูกกันอย่างเป็นล่ำเป็นสันไปแล้ว เนื่องจากขณะที่นั่งรถผ่านไปเป็นชั่วโมงๆ ก็เห็นพืชที่ว่านี้ชูใบพลิ้วลมไม่รู้จักหมดสิ้น รวมไปถึงพืชเศรษฐกิจที่คล้ายกับทางภาคเหนือของไทยเราด้วย คือลำไยและลิ้นจี่

            ส่วนสวนป่าไม้สำหรับนำไปแปรรูปที่เห็นมากที่สุดคือ ป่ายูคาลิปตัส ซึ่งใช้พื้นที่ภูเขาปลูกกันเป็นลูกๆ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมกระดาษ สรุปได้ความว่า...กำลังผลิตมหาศาลอันเนื่องมาจากประเทศจีนมีพื้นที่มากและแรงงานยังมีราคาถูก ทำให้เขตปกครองพิเศษมณฑลกวางสีกำลังถูกจับตามองอย่างไม่กะพริบจากนานาชาติทั่วโลก เพราะคาดกันว่าอีกไม่นานเกินสามปีเมื่อทุกอย่างได้สร้างเสร็จสิ้นทุกขั้นตอนแล้ว พื้นที่บริเวณนี้จะกลายเป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบป้อนตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งอุตสาหกรรมไทยต้องเตรียมรับให้ดี เพราะได้รับผลกระทบแน่

            เรากลับมาเที่ยวเมืองกุ้ยหลินกันต่อดีกว่า...
            ตัวเมืองอยู่ห่างจากสนามบินนานาชาติราว 30 กิโลเมตร ไกด์ของผมพานั่งรถตู้เข้าเมืองโดยใช้ทางด่วนพิเศษ ประมาณ 15 นาทีก็เข้าสู่ใจกลางเมืองแล้ว ตอนนั้นแสงสียามค่ำคืนของกุ้ยหลินค่อยๆ ฉายออกมา เพื่อนที่ไปด้วยกันรำพึงรำพันว่าเมืองได้ขยายตัวเร็วมากเมื่อเทียบกับ 10 ปีก่อน มีอพาร์ตเมนต์ผุดขึ้นมากมาย แต่ละอาคารออกแบบทันสมัยสูงหลายสิบชั้นเพื่อรองรับผู้คนในชนบทที่เข้ามาหางานทำเพราะต้องการมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม ปล่อยให้คนแก่และเด็กอยู่ในชนบทต่อไป เป็นวิถีโลกในยุคโลกาภิวัตน์ที่ปัจจุบันเราต้องทำใจยอมรับว่ามันเป็นอย่างนี้ไปหมดแล้ว

            มาเมืองจีน สิ่งที่ต้องทำใจเอาไว้ล่วงหน้าก็คือ ไปไหนต่อไหนจะเห็นแต่คนๆ ๆ ยกเว้นคุณจะออกต่างจังหวัดไปอยู่ในชนบทที่ห่างไกลตามท้องไร่ท้องนา นั่นแหละถึงจะไม่ค่อยพบคนเท่าไร ยิ่งเข้าไปในหมู่บ้านจะยิ่งรู้สึกห่อเหี่ยว เพราะมีแต่คนแก่และเด็กเล็ก

              เมืองกุ้ยหลินก็เป็นเช่นเดียวกับเมืองต่างๆ ในประเทศจีนที่กำลังโตวันโตคืน และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดโต โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่สร้างเม็ดเงินได้มหาศาล จึงช่วยไม่ได้ที่ต้องมีสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ เพื่อล่อตาล่อใจนักท่องเที่ยว ในที่นี้ผมเดาว่าเขาสร้างขึ้นเพื่อเอาใจคนจีนด้วยกัน ไม่ใช่เพื่อมุ่งหวังขายนักท่องเที่ยวต่างชาติแต่อย่างใด เพราะคนจีนที่มีมากถึง 1,200 ล้านคน หากเที่ยวกันเองก็ไม่ต้องจำเป็นต้องพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติเลย ดังนั้นเมื่อไกด์ของเราพาไปชมน้ำตกที่ไหลจากตึกสูง 10 ชั้น และกล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่าหาดูได้ยาก ผมก็เข้าใจครับ

             น้ำตกที่ไหลลงมาจากดาดฟ้าโรงแรม Water Fall (เจาะจงตั้งชื่อนี้เพื่อบ่งบอกถึงเอกลักษณ์กันเลย) มีความสูง 45 เมตร กว้าง 72 เมตร ม่านน้ำตกทิ้งตัวซ่านกระเซ็นพรั่งพรูเป็นสายน้ำสีขาวสวยงาม ดูเพลินดีหากไม่คิดอะไรมาก และมีการเปิดเพลงคลาสสิกบรรเลงประกอบด้วย ส่วนคนดูก็เลือกมุมชมกันตามสะดวก

              ด้านหน้าของโรงแรม Water Fall มีทะเลสาบเล็กๆ อยู่แห่งหนึ่งชื่อทะเลสาบซาหู (หู แปลว่าทะเลสาบ) กลางทะเลสาบมีเจดีย์คู่ (เจดีย์เงินเจดีย์ทอง) กลางคืนมืดค่ำเช่นนี้ เทศบาลเมืองกุ้ยหลินเปิดไฟส่องเจดีย์ทั้งสององค์เป็นสีเงินสีทองอร่ามดูสวยงามอยู่กลางน้ำ รอบๆ ทะเลสาบเป็นสวนหย่อมให้เหล่ากุมารจีนทั้งหญิงชายใช้เป็นที่พักผ่อนยามค่ำ ดูน่าจะมีความสุขดี

           ไกด์ของผมพาเดินรอบๆ ทะเลสาบแล้วชวนไปเดินชอปปิง โดยบอกว่ากลางเมืองกุ้ยหลินมีถนนคนเดินที่ขายของพื้นเมือง แฟชั่นถนนคนเดินเริ่มต้นมาจากเมืองใดของโลกผมก็ไม่รู้ แต่เดี๋ยวนี้ไปที่เมืองไหนมีถนนคนเดินหมดทุกแห่ง แม้แต่แม่ฮ่องสอนก็ยังมีถนนคนเดินรอบหนองจองคำ สนุกไปอีกแบบ

             ถนนคนเดินของกุ้ยหลิน เทศบาลเขาทำได้ดีครับ แบ่งโซนสินค้าและร้านค้าชัดเจน ทำทางเดินกว้างขวาง และไม่อนุญาตให้พ่อค้าแม่ค้าเห็นแก่ตัวตั้งแผงเกะกะ พร้อมกับเปิดไฟสว่างไสวให้ดูคึกคัก แถมยังทำให้สินค้าละลานตาดูน่าซื้อไปหมด สินค้าส่วนใหญ่เป็นพวกเสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องกีฬา ของเล่น ราคาเมื่อคูณกลับเป็นเงินไทยก็พอซื้อได้ (1 หยวนประมาณ 5 บาท) แต่เมื่อนึกถึงภาระตอนขนกลับเมืองไทยแล้วใจฝ่อ ต้องวางกลับที่เดิม

             ผมเดินเล่นดูแสงสียามค่ำถึงดึกจนรู้สึกหิว ไกด์จึงพากลับมายังโรงแรม Water Fall อีกครั้ง แต่เราไม่ได้เข้าไปกินในโรงแรมครับ เราตรงไปยังห้องอาหารข้างๆ โรงแรม ริมทะเลสาบซาหูที่เราเพิ่งเดินเล่นเมื่อตอนหัวค่ำนี้เอง ชื่อร้าน Fengweizou
อาหารมื้อดึกหลังห้าทุ่มมื้อนี้ถือว่าเป็นอาหารมื้อแรกที่เมืองกุ้ยหลินของผม เราสั่งโจ๊กหมูร้อนๆ ไก่นึ่ง ปลานึ่ง ไข่เยี่ยวม้าทอด และก๋วยเตี๋ยวผัด ทุกอย่างอร่อยมาก และอร่อยเพราะฝีมือกุ๊กจริงๆ ไม่ใช่อร่อยเพราะผมหิวแน่นอน แต่เพื่อให้สมกับที่มาถึงกุ้ยหลินกันจริงๆ ไกด์จึงเดินไปสั่งปาท่องโก๋แบบกุ้ยหลินให้ผมลองชิม ปาท่องโก๋ที่นี่ตัวใหญ่ แป้งนุ่ม และปรุงรสชาติได้ดีทีเดียว

          วันรุ่งขึ้นเป็นวันเที่ยวเมืองกุ้ยหลินจริงๆ เสียที ซึ่งต่อมาผมพบว่าธรรมชาติที่ยังบริสุทธิ์ของที่นี่อัศจรรย์สมคำล่ำลือดังที่เหล่านักเดินทางทั้งหลายได้พูดเอาไว้จริงๆ โดยเฉพาะภูเขาและสายน้ำ เรียกได้ว่ามองเท่าไรก็ไม่เบื่อ บางครั้งดูเหมือนภาพวาดมากกว่าของจริงเสียอีก

             ธรรมชาติอันแปลกพิสดารของเมืองกุ้ยหลินนี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลกเมื่อราว 300 ล้านปีมาแล้ว ทำให้พื้นดินบริเวณนี้ซึ่งเคยเป็นทะเลมาก่อนยกตัวขึ้นสูง ภูเขาหินปูนใต้ทะเลที่มีอยู่มากมายจนเรียกได้ว่าเป็นทะเลภูเขาก็ผุดขึ้นมา กระทั่งถูกลมและน้ำฝนกัดจนกร่อน เกิดรอยตะปุ่มตะป่ำเว้าๆ แหว่งๆ อย่างที่เห็นในปัจจุบัน กลายเป็นภาพที่งดงามแปลกตาหาชมที่ไหนไม่ได้ในโลกนี้ เหมือนที่ใครต่อใครพูดถึงจริงๆ หรือถ้าจะพูดอีกทีก็ประหนึ่งไม่ใช่ปรากฏการณ์ริงบนพิภพที่มนุษย์เราอาศัยอยู่ ซึ่งก็คงใกล้เคียงกับตำนานพื้นบ้านที่เล่าถึงที่มาของภูเขารูปร่างประหลาดเหล่านี้ว่า เกิดขึ้นเพราะนางฟ้าองค์หนึ่งไม่รู้คิดอย่างไร ใช้เส้นผมของนางทำเป็นแส้ เพื่อจะนำไปให้กับมนุษย์หนุ่มรูปงามผู้หนึ่ง แต่เทพไฉจู๋เอี๋ย (เป็นใครไม่รู้) กลับแย่งแส้วิเศษนั้นไปลากภูเขา หวังถล่มเจ้าสมุทรซึ่งเป็นเทพคู่อริให้สิ้นชื่อ แต่ยังทำไม่สำเร็จเนื่องจากถูกขโมยแส้ไปอีกที จึงเหลือหลักฐานเป็นภูเขาที่เทพไฉจู๋เอี๋ยลากมาได้เพียงครึ่งๆ กลางๆ ดังที่เห็นทุกวันนี้

               อย่างไรก็ตาม ตำนานก็คือตำนาน เพราะในทางภูมิศาสตร์ที่แท้จริง การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของผิวโลกเป็สนาเหตุสำคัญที่ส่งผลให้ทัศนียภาพของกุ้ยหลินงดงามได้ถึงเพียงนี้ และเนื่องจากเมืองกุ้ยหลินอยู่ติดกับทะเลจีนใต้ซึ่งมีถึง 4 ฤดู ความที่เคยเป็นทะเลมาก่อน พื้นดินจึงอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุ ปลูกอะไรก็งอกงามไปหมด ทั้งที่ตามธรรมชาติแถบนี้ก็เขียวอยู่แล้ว เพราะน้ำท่าบริบูรณ์ ไม่มีคำว่าแล้ง มองไปทางไหนก็เขียวไปหมด จนกวีเอกสมัยราชวงศ์ถังเคยพร่ำพรรณนาโวหารให้ฮ่องเต้ฟังอย่างเลิศหรูอลังการว่า...”สายน้ำของกุ้ยหลินที่ไหลเอื่อยๆ อยู่ชั่วนาตาปีนั้นงามเหมือนสายคาดเอวสตรีสีหยก (สีเขียว) และขุนเขาที่ตระหง่านขึ้นสู่ท้องฟ้านั้นเล่า ก็งดงามราวกับปิ่นปักที่ทำด้วยหยกเนื้อดี (สีเขียวอีกเช่นกัน)”.... ฮ่องเต้หรือใครที่ได้ฟังแล้วไม่เคลิ้มตามก็คงเป็นคนป่วยหรือผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นแน่

             ดังนั้นทัศนียภาพอันงดงามของเมืองกุ้ยหลินซึ่งชาวโลกส่วนใหญ่ได้เห็นทั้งจากภาพถ่ายและภาพวาดที่ศิลปินจีนได้ถ่ายทอดจากปลายพู่กันมาช้านาน จึงเลื่องลือไปทั่วโลก และกลายเป็นจุดขายสำคัญของเมืองนี้ไปในทันที ชาวต่างประเทศเห็นภาพโฆษณาแล้วพากันรีบตัดสินใจซื้อตั๋วเครื่องบินเพื่อบินมาชมนับได้ปีละหลายล้านคน รวมถึงบรรดาผู้นำประเทศจากนานาชาติก็ไม่ยอมทิ้งโอกาส เมื่อมาเยือนจีนมักจะขอให้เจ้าภาพพามาชมภูเขาและสายน้ำของเมืองกุ้ยหลินกันแทบทุกราย จนมีประโยคล้อเลียนที่ถือเป็นสมญานามของกุ้ยหลินว่า เป็นเมืองที่มีภูเขาและสายน้ำระดับที่ผู้นำประเทศต้องไปชม...อหังการได้ขนาดนี้ก็ต้องถือว่า...ไม่เบาทีเดียวใช่ไหมครับ

          น่าเสียดายที่เมืองเก่าของกุ้ยหลินถูกกองทัพญี่ปุ่นทลายลงอย่างราบคาบเมื่อช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ทำให้กุ้ยหลินปัจจุบันกลายเป็นเมืองใหม่ที่มีแต่ตึกสูงหลายชั้นรูปทรงทันสมัย ทั้งโรงแรม ศูนย์การค้า อาคารพาณิชย์ และส่วนราชการต่างๆ รวมไปถึงถนนหนทางที่กว้างขวางสะดวกสบายเช่นเมืองใหญ่ๆ ในประเทศจีนขณะนี้ แต่นั่นก็ใช่ว่าจะทำให้กุ้ยหลินคลายมนต์เสน่ห์ลงได้ เพราะรอบๆ เมืองอันวุ่นวายยังมีธรรมชาติที่สวยงามอย่างยิ่งรออยู่

         ผมอยู่กุ้ยหลินไม่กี่วันก็จริง แต่ได้พบกับความสวยงามของทัศนียภาพสมความตั้งใจที่เดินทางมา และยอมรับว่ากุ้ยหลินเป็นเมืองน่าเที่ยวอีกเมืองหนึ่งของโลก ด้วยธรรมชาติที่อำนวยจนน่าอิจฉา และได้แต่หวังว่าคนจีนจะรู้จักรักษาให้คงไว้นานๆ เพราะผมเกรงว่าจะโทรมเร็วตามจำนวนคลื่นของนักท่องเที่ยวที่นอกเหนือจากคนจีนด้วยกันแล้ว ยังมาจากที่ต่างๆ ทั่วโลกอีกด้วย และนับวันจะมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะหน้าร้อนปีนี้ผมยังชวนคุณไปเที่ยวกุ้ยหลินเลย...

            ไปถึงแล้วเจอคนเอยะแยะ...ก็อย่ามาว่ากันล่ะ...


Home | Recipes | Street Cafe | Travel | Shopping | Happy Meal | Star Choice | Nutrition | Health Care
Tools & Tips | Events | Restaurant Guide | About Us | Contact Us | Subscribe | Search Restaurant
Moutain

Free Best Web Direcoty| Ladies Dress Cocktail Dress| Ladies Clothing| E-Commerce E-marketing| Travel information| News Franchising
Number of visitors :00437010
Any contents on this site are the properties of Gourmetthai.com
Copying, reprinting, or publishing in any format are prohibited.
Please contact info@gourmetthai.com for legal permission.