Money Expo สัญจร โคราช 2008
Home | Recipes | Street Cafe | Travel | Shopping | Happy Meal | Star Choice | Nutrition | Health Care
Tools & Tips | Events | Restaurant Guide | About Us | Contact Us | Subscribe | Search Restaurant
Member Login
Username
Password

สมัครสมาชิกเว็บไซต์ gourmetthai.com เพียงปีละ 100 บาท รับสิทธิพิเศษค้นหาข้อมูลร้านอาหารในเว็บไซต์


Food
Recipes
Street Café
Restaurant Reviews
Shopping
Cookbook
Beverage
Wine
Beer
Whiskey
Soft Drinks
Entertainment
Theatre & Film
Events
Promotion
Privileged Card
Grindelwald เล็กพริกขี้หนู
 
 
Travel Menu
Inbound
Outbound








 
        เป็นที่ยอมรับกันมานานแล้วว่า ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เปรียบเสมือนดินแดนในความฝันที่คนทั้งโลกปรารถนาจะไปเยี่ยมเยือน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทย ยิ่งเป็นนักท่องเที่ยวหน้าใหม่ที่เพิ่งได้โอกาสออกเดินทางสู่โลกกว้างเป็นครั้งแรกด้วยแล้ว ถ้าเงินถึงและมีเวลาเพียงพอ เชื่อได้เลยว่าพวกเขาต้องเลือกเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ก่อนเป็นอันดับแรก ด้วยค่าที่ประเทศนี้มีวิวทิวทัศน์สวยงามสดใสราวกับภาพฝันที่ไม่ใช่ของจริง จึงไม่แปลกที่สวิตเซอร์แลนด์จะมีแต่ความงาม (ในสายตานักท่องเที่ยว) โดยเฉพาะจากการเปลี่ยนแปลงของพืชพรรณธรรมชาติไปตามสภาพอากาศในฤดูกาลทั้งสี่

          ด้วยเหตุที่สวิตเซอร์แลนด์มีภาพลักษณ์ของดินแดนชวนฝันและมีเสน่ห์น่าหลงใหลยิ่งกว่าประเทศใดๆ ในสายตาชาวโลกนี่เอง ผู้คนจำนวนมากจึงยอมทุ่มซื้อตั๋วเครื่องบินและยินดีจ่ายค่าโรงแรมแพงๆ เพียงเพื่อแลกกับการได้มาเยือนสวิตเซอร์แลนด์สักครั้งหนึ่งในชีวิต แม้จะเพียงชั่วเวลาไม่นานก็ตาม

          อย่างไรก็ตาม ก่อนจะมาเป็นสมาพันธรัฐสวิตเซอร์แลนด์ในปัจจุบันนี้ บรรพบุรุษของชาวสวิสยังเป็นเพียงชนเผ่าย่อยๆ ที่อาศัยกระจัดกระจายทั่วไปตามที่ลาดเชิงเขาสูง ก่อนจะถอยร่นลงมายังที่ลาดเชิงเขาในพื้นที่ต่ำกว่า แต่การเป็นชุมชนบนภูเขาที่แยกกันอยู่เป็นเวลาเกือบพันปี ทำให้พวกเขาไม่เข้มแข็งพอจะต่อสู้กับชนกลุ่มอื่นที่ต้องการขยายดินแดนเข้ามาในแถบนี้ ดังนั้น เมื่อมีการรุกคืบของเพื่อนบ้านรอบข้างทั้งออสเตรีย เยอรมนี อิตาลี หรือแม้แต่ฝรั่งเศส จึงเป็นเหตุให้ชุมชนบนภูเขาสูงแถบนี้รวมกันเป็นปึกแผ่นขึ้นมาได้ ตามคติที่ว่ารวมกันเราอยู่ (แยกกันเสี่ยงตายหมู่)

          ในประวัติศาสตร์การสร้างชาติของสวิตเซอร์แลนด์นั้น เริ่มจากสงครามระหว่างชนเผ่าดั้งเดิมกับกองกำลังทหารของจักรวรรดิออสเตรียและเยอรมนี ซึ่งมีขึ้นหลายครั้งหลายหน และก่อให้เกิดวีรบุรุษหลายคน ตำนานคนหนึ่งในจำนวนนั้นคือ “อาร์โนลด์ ฟอนวินเคลรีด” ที่กล้าหาญยอมเอาตัวเข้าแลกกับหอกยาวของทหารออสเตรีย เพื่อเปิดช่องให้เพื่อนทหารชาวสวิสที่มีเพียงขวานตัดไม้ได้เข้าต่อสู้แบบประชิดตัว อันเป็นลักษณะการต่อสู้ที่ชาวสวิสภูเขาถนัดที่สุด และเป็นกลยุทธ์ที่สามารถรุกไล่ศัตรูให้พ่ายไปได้

          ความเก่งกาจและการต่อสู้อย่างทรหดเป็นต้นกำเนิดของอาชีพ “ทหารสวิสรับจ้าง” ในเวลาต่อมา เมื่อคู่กรณีไม่อยากลงไปแลกกันเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่มีเล่ห์กลและอุบายทางการเมืองสอดแทรกอยู่มาก อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้สมาพันธรัฐสวิตเซอร์แลนด์ได้ตั้งตัวเป็นกลาง และเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศทั่วโลกแล้ว ส่วนความเป็นกลางแบบสวิสจะดีหรือไม่ ก็ถือว่าพวกเขาได้ประโยชน์ไปเต็มๆ เรียบร้อยแล้ว
หลังจากเกริ่นประวัติและความเป็นมาของสวิตเซอร์แลนด์ให้ได้รู้กันพอสมควร ผมก็ขออนุญาตพาไปเที่ยวกันบ้างล่ะทีนี้
.....................

          หน้าร้อนปีที่แล้ว ผมเดินทางไปยังหมู่บ้านเล็กๆ ในสวิตเซอร์แลนด์ที่ปัจจุบันมีชื่อเสียงก้องโลก ชื่อว่า “Grindelwald”
เมืองนี้เล็กจริงๆ ครับ มีศูนย์กลางของเมืองที่กว้างประมาณจังหวัดแม่ฮ่องสอนของเราได้ แต่พลุกพล่านเอาเรื่องทีเดียว โดยเฉพาะในหน้าร้อน ผู้คนยิ่งต้องการสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ จึงออกมาเดินบนบาทวิถีกันขวักไขว่ โดยเฉพาะผู้สูงอายุซึ่งน่ารักมากๆ เพราะพวกเขาต่างจูงมือกันมาเป็นคู่ๆ แบบสองคนตายาย แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่คนแก่นะครับ หนุ่มๆ สาวๆ ที่นี่ก็แยะ หรือที่มากันเป็นครอบครัวก็มาก เดี่ยวๆ อย่างผมก็ไม่น้อย โดยเฉพาะพวกแบ็กแพ็กนี่เห็นมาพร้อมกับไม้สกีอันยาวที่เห็นจากหลังเป้ใบเขื่อง

         ผู้คนมากมายแบบนี้ล่ะครับที่ทำให้ร้านอาหารแน่นขนัดไปหมด ไม่เว้นแม้แต่ร้านฟาสต์ฟู้ดสัญชาติอเมริกันที่ชาวยุโรปไม่ค่อยชอบกันนัก รวมถึงร้านขายของเกือบทุกประเภทก็ขายดิบขายดีจนน่าอิจฉาทีเดียว เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมาจากยุโรป ซึ่งเป็นกลุ่มกระเป๋าหนักอยู่แล้ว เนื่องจากพวกเขาใช้เงินยูโรซื้อ คนไทยอย่างผมก็ได้แต่มอง เพราะของแพงจนจับไม่ลง ขนาดมีดพับสวิสแท้ที่ผมอยากได้อันใหม่ เพราะของเก่าใช้มานานจนเริ่มเบื่อ พอไปมองๆ ในตู้แล้วเห็นราคาก็มีอันต้องเปลี่ยนใจ ไม่เอาดีกว่า ถือเสียว่าของเก่ายังคมอยู่ จะเปลี่ยนทำไม!?

         ส่วนนักท่องเที่ยวจากฝั่งเอเชียที่เห็นมากที่สุดก็หนีไม่พ้นขาประจำผู้รวยจริง ซื้อของไม่ต่อราคาและแสนสุภาพ ซึ่งก็คือชาวญี่ปุ่นนั่นเอง

         ญี่ปุ่นเป็นนักท่องเที่ยวที่ทั่วโลกต้องการมากที่สุด และการมาเที่ยว “Grindelwald” ของพวกเขาก็มีทั้งเป็นคณะใหญ่ เป็นกลุ่มเล็กๆ หรือเฉพาะพวกหนุ่มๆ สาวๆ ก็มาก พวกนี้เก่งครับ ชอบใช้ชีวิตแบบฝรั่ง ท่องเที่ยวได้ด้วยตัวเองเพียงแค่มีหนังสือไกด์บุ๊กภาษาญี่ปุ่นอยู่เล่มเดียว เพราะในนั้นบอกไว้ละเอียดหมดว่าเดินทางไปอย่างไร ถึงแล้วจะกินที่ไหนถึงอร่อย นอนที่ไหนสะอาดและปลอดภัย จะขึ้นเขาไปชมวิวควรตื่นกี่โมง และนั่งรถไฟขบวนไหนราคาเท่าไร รถออกเวลาไหน ถ้าพลาดขบวนนี้แล้วจะไปขบวนไหนได้อีก เรียกว่าไม่ต้องจ้างคนนำทางก็มาเที่ยวได้อย่างสะดวกสบายไม่แพ้เจ้าของประเทศ จนบางครั้งผมก็อยากให้เมืองไทยมีหนังสือนำเที่ยวแบบนี้บ้าง เราจะได้ไม่ต้องรู้ไปหมดทุกภาษา แต่สามารถออกท่องเที่ยวไปไกลๆ ได้โดยไม่ต้องห่วงอุปสรรคเหล่านี้

       นอกจากจะเป็นเมืองท่องเที่ยวชั้นนำแล้ว Grindelwald ยังเป็นเมืองหน้าด่านของการเดินทางขึ้นไปชมความงามบนยอดเขา Jungfraujoch ซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 11,333 ฟุต ดังนั้น การจะขึ้นไปชมความงามบนยอดเขาได้จึงต้องใช้บริการรถไฟครับ
รถไฟของสวิตเซอร์แลนด์เป็นประดิษฐกรรมที่น่าทึ่งมาก เพราะไม่ได้วิ่งบนพื้นราบอย่างรถไฟทั่วๆ ไป แต่เป็นเส้นทางที่สร้างให้ไต่ขึ้นไปตามความลาดชันของภูเขาที่สูงสลับซับซ้อนกันหลายๆ ลูก ทำให้ต้องก่อสร้างรางแบบสลับฟันปลา และต้องแวะต่อรถหลายครั้งตามระดับความสูง

         ถึงอย่างไรก็ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยครับ เพราะได้ชื่อว่ามาตรฐานสวิสแล้ว รับรองหายห่วง หน้าที่ของพวกเรามีเพียงเพลิดเพลินกับวิวสองข้างทางที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ทุกวินาที แค่กะพริบตา วิวสวยที่เห็นเมื่อสักครู่ก็จะเปลี่ยนไปแล้ว แต่วิวใหม่ที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าก็สวยไปอีกแบบเช่นกัน และนี่ล่ะมนต์เสน่ห์ของสวิตเซอร์แลนด์ ประเทศที่ขายวิวสวยๆ อย่างเดียวก็อยู่ได้สบายมาก เพราะวิวทั้งหมดไม่ได้เกิดจากการจัดฉาก หากเป็นภาพชีวิตประจำวันของชาวบ้านธรรมดาที่อยู่อย่างไรก็อยู่อย่างนั้นจริงๆ ผมเชื่อว่าแค่ได้เห็นกระท่อมหรือบ้านที่สร้างด้วยไม้ซุง (บ้านในชนบทส่วนใหญ่ของสวิตเซอร์แลนด์สร้างด้วยไม้เกือบทั้งหมด) หน้าบ้านมีกระบะดอกไม้สีสด ทั้งแดง ขาว ชมพู และอื่นๆ อีกหลายสี แค่นี้นักท่องเที่ยวก็กรี๊ดสนั่นแล้ว

          การสร้างบ้านด้วยไม้และใช้รูปทรงแบบสวิสดั้งเดิมนั้นมีเหตุจูงใจอยู่เบื้องหลังเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าชาวบ้านอยากจะทำกันเองแต่ฝ่ายเดียวนะครับ ความจริงแล้วรัฐบาลสวิสมีส่วนผลักดันด้วยการออกกฎหมายว่าด้วยเรื่องภาษี คือถ้าใครสร้างบ้านอยู่อาศัยแบบโบราณนิยม (ภายในจะสมัยใหม่ก็ไม่ว่ากัน แต่ภายนอกต้องดูเป็นสวิสแท้) จะได้ลดภาษี ส่วนอาคารที่ออกแบบสไตล์โมเดิร์น (เสียมิมี) จะต้องเสียภาษีเยอะมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่ฝรั่งเขากลัวกันนัก เพราะมีการเก็บจริงจ่ายจริงกันด้วยตัวเลขสูงๆ เสมอ

         แต่การลดภาษีให้กับบ้านที่สร้างสไตล์สวิสแท้ก็เป็นไปเพื่ออนุรักษ์ความเป็นสวิสไว้ และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เป็นธุรกิจที่ยังทำเงินต่อไป เพราะรู้กันอยู่ว่านักท่องเที่ยวที่มาเยือนสวิสชอบดูความเป็นสวิสแบบดั้งเดิม ไม่ใช่สวิสสมัยใหม่ และเดี๋ยวนี้การท่องเที่ยวได้แทรกเข้าไปในทุกหย่อมหญ้า จนกล่าวได้ว่าชาวสวิสทั่วประเทศที่มีจำนวนเพียง 7 ล้านกว่าคนประกอบอาชีพเกี่ยวกับการท่องเที่ยวอย่างใดอย่างหนึ่งถึงกว่า 80 เปอร์เซ็นต์

       ทีนี้ถัดจากสถานีต้นทางของเมืองสูงขึ้นไปอีกนิดเป็นสถานี Kleine Scheidegg ที่ต้องขอแนะนำให้เตรียมเสื้อกันหนาวไว้ให้พร้อม เพราะธารน้ำแข็งแห่งแรกสุดกำลังจะเริ่มปรากฏตัวให้เห็น เพราะที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งธารน้ำแข็ง

        ชาวยุโรปนิยมเดินทางมาที่ Grindelwald เพื่อพักผ่อนตากอากาศและเล่นสกีกันตั้งแต่เมื่อเกือบ 200 ปีก่อนแล้ว ทำให้สกีรีสอร์ตใน Grindelwald ได้รับการพัฒนาเรื่อยมา จนจัดได้ว่ามีความทันสมัยและดีเยี่ยมที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

        ด้วยเหตุนี้จึงต้องจองห้องพักที่นี่กันแบบข้ามปี เพราะถ้ารอจนถึงฤดูหนาวที่เป็นฤดูสกีแล้วล่ะก็ ใครไม่ได้จองก่อนเป็นอันหมดสิทธิ์ได้พักที่นี่อย่างแน่นอน (แต่คนไทยคงไม่นิยมไปเที่ยวช่วงนั้นเท่าไร เพราะสกีไม่ใช่กีฬาโปรด และสภาพอากาศก็หนาวจนเกินกว่าจะมีความสุขได้นานๆ)

         ว่ากันว่าในปัจจุบันมีห้องพักทั้งถูกและแพงหูดับตับไหม้ประมาณ 10,000 ห้องกระจัดกระจายไปทั่วตั้งแต่กลางเมืองไปถึงบนเขา และส่วนใหญ่เป็นอาคารที่พักที่ปลูกสร้างตามแบบสวิสดั้งเดิมโดยใช้ไม้เป็นส่วนประกอบหลัก เพื่อให้สมกับที่เป็นหมู่บ้านไม้สนภูเขา เพราะชื่อตามความหมายเดิมของ Grindelwald มาจากรากศัพท์ภาษาเยอรมันที่ใช้กันอยู่ในแถบนี้ว่า “Grindel”‘ ซึ่งหมายถึงไม้ซุงที่ใช้ทำกำแพง คำว่า Grindelwald จึงหมายถึงกำแพงป่าที่ล้อมรอบเมือง และปัจจุบันแม้การท่องเที่ยวจะเข้ามาแทนที่การเกษตรซึ่งเป็นอาชีพดั้งเดิมของชาวสวิสโบราณไปแล้ว แต่เมื่อแหงนหน้ามองขึ้นไปบนภูเขาก็ยังเห็นป่าสนจำนวนมากขึ้นเขียวพรึบไปจนถึงยอดเขาที่มีหิมะขาวโพลนปกคลุม

        ฉะนั้น ภายใต้ความงดงามที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศน่าท่องเที่ยวแห่งนี้จึงเหมือนมีบางอย่างที่แฝงให้เราตระหนักว่า การอนุรักษ์และส่งเสริมที่ทำควบคู่กันไปอย่างถูกวิธี ย่อมทำให้ทุกสิ่งดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน



Home | Recipes | Street Cafe | Travel | Shopping | Happy Meal | Star Choice | Nutrition | Health Care
Tools & Tips | Events | Restaurant Guide | About Us | Contact Us | Subscribe | Search Restaurant
Moutain

Free Best Web Direcoty| Ladies Dress Cocktail Dress| Ladies Clothing| E-Commerce E-marketing| Travel information| News Franchising
Number of visitors :00437010
Any contents on this site are the properties of Gourmetthai.com
Copying, reprinting, or publishing in any format are prohibited.
Please contact info@gourmetthai.com for legal permission.