Money Expo สัญจร โคราช 2008
Home | Recipes | Street Cafe | Travel | Shopping | Happy Meal | Star Choice | Nutrition | Health Care
Tools & Tips | Events | Restaurant Guide | About Us | Contact Us | Subscribe | Search Restaurant
Member Login
Username
Password

สมัครสมาชิกเว็บไซต์ gourmetthai.com เพียงปีละ 100 บาท รับสิทธิพิเศษค้นหาข้อมูลร้านอาหารในเว็บไซต์


Food
Recipes
Street Café
Restaurant Reviews
Shopping
Cookbook
Beverage
Wine
Beer
Whiskey
Soft Drinks
Entertainment
Theatre & Film
Events
Promotion
Privileged Card
London หลงรักทุกครั้งเมื่อไปเยือน
 
 
Travel Menu
Inbound
Outbound








 
         ลัดฟ้ามาจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิครึ่งคืนก็ถึงสนามบินฮีทโธรว์ของกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ที่นี่ความวุ่นวายก็ยังคงมีอยู่ สนามบินนานาชาติของอังกฤษแห่งนี้ตามสถิติเขาว่ามีเครื่องบินขึ้นลงถี่ยิบมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ทำให้ห้องรับรองผู้โดยสารไม่เคยเหงาเลยสักครั้งเดียว ไม่ว่าจะเป็นเช้า สาย บ่าย เย็น หรือรอบดึก คนแน่นครืดทุกครั้งไป ยิ่งตอนนี้มีการตรวจเข้มระดับสีแดงขึ้น เพราะข่าวการก่อการร้ายยังมีออกมาเป็นระยะๆ ผู้โดยสารจึงต้องไปถึงสนามบินก่อนเวลาเครื่องออกถึง 3-4 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย และแม้แต่ขาเข้าก็มีการตรวจเข้มเหมือนกัน กว่าจะผ่านเจ้าหน้าตรวจคนเข้าเมืองออกมาได้ก็ถูกกล้องส่องมองหน้าแล้วมองหน้าอีก จนแน่ใจแล้วว่าไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายนั่นแหละ เสียงปั๊มตรากระแทกให้ผ่านลงบนกระดาษของหนังสือเดินทางจึงได้ดังขึ้น ทำราวกับเป็นเสียงสวรรค์กระนั้น

          เฮ้อ!...ขอวีซ่าก็ยากแล้ว ยังเข้าประเทศยากอีก
          ออกมาสูดอากาศเย็นช่วงเปลี่ยนฤดูพอดี ลอนดอนจึงฉ่ำไปด้วยฝนและอากาศเย็นชื้นแบบแฉะๆ ผู้คนแต่งชุดกันฝนและลม ถือร่มสีดำที่เสมือนเป็นเครื่องแต่งตัวอย่างหนึ่งของชาวลอนดอนไปเสียแล้ว

           สำหรับคนไทยที่ไม่คุ้นกับอากาศของลอนดอนควรเตรียมตัวให้พร้อม แนะนำมให้ติดเสื้อกันลมกันฝนสักตัว และร่มคันเล็กๆ ไม่เปลืองเนื้อที่มาด้วยจะสะดวกที่สุด

           มีคำแนะนำมาจากสนามบินกันเลยทีเดียวว่า การจะเที่ยวลอนดอนให้สนุกสำหรับสถานการณ์ปัจจุบันต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา อย่าเผลอ! สำหรับผมขอแนะนำทุกท่านว่าอย่าทำตัวเป็นตู้ทองเคลื่อนที่มาจากกรุงเทพฯ ด้วยการหอบเอาเครื่องประดับราคาแพงมามากเกินจำเป็น เพราะแม้จะมีบริการฝากไว้ที่ตู้เซฟในห้องพักของโรงแรมระดับ 4 หรือ 5 ดาวแล้วก็ตาม ก็เคยมีข่าวว่าของเหล่านั้นหายไปอย่างไร้ร่องรอย ส่วนบนถนนแม้การฉกชิงวิ่งราวจะไม่ชุกชุมราวกับแมลงวันเหมือนเดินเที่ยวอยู่ที่โรมหรือปารีส แต่ก็ประมาทมิได้ เพราะลอนดอนเป็นที่รวมของผู้คนหลายเชื้อชาติ ว่ากันว่ามากถึงกว่า 50 เชื้อชาติทีเดียว เนื่องจากผลพวงการเป็นเจ้าอาณานิคมของจักรวรรดิอังกฤษเมื่อสองร้อยกว่าปีก่อน ตอนนี้ก็เห็นผลกรรมที่ก่อไว้แล้ว คือพลเมืองในประเทศอาณานิคมต่างยกขบวนเดินทางมาปักหลักอาศัยอยู่ในอังกฤษ โดยเฉพาะในกรุงลอนดอนอย่างเป็นล่ำเป็นสัน แล้วเริ่มก่อเหตุอันไม่พึงประสงค์ต่างๆ นานา บางเชื้อชาติมากันเป็นร้อยปี ยิ่งเมื่อสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สองแล้ว พลเมืองเหล่านี้ได้ทะลักเข้าอังกฤษอย่างมากมาย มีทั้งมาหางานทำ มาเรียน มาเป็นคนรับใช้ มาทำงานที่คนอังกฤษไม่ทำ หรือมาขับรถแท็กซี่ ผมเคยเรียกใช้ 3 ครั้ง คนขับเป็นแขกปากีสถานเสีย 2 คัน เหลืออีกคันเป็นคนลอนดอนแท้

          ผู้คนจากถิ่นอื่นมากมายเหล่านี้เข้ามาแล้วก็กลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมจนกลายเป็นชาวลอนดอนเต็มขั้นไปในที่สุด แต่ลักษณะของเชื้อชาติมิได้เปลี่ยนไป ทำให้เกิดความสับสนและเป็นที่มาของโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นเมื่อคราวที่มีระเบิดบนรถเมล์สองชั้นในกรุงลอนดอน แล้วเจ้าหน้าที่ยิงคนร้ายผิดตัว

          อาจจะเป็นเพราะลอนดอนกำลังเคร่งเครียด ซึ่งความเครียดนี้ไม่เป็นเฉพาะแต่คนลอนดอนเท่านั้น แม้แต่น้องสาวผมที่เป็นนักเรียนอยู่ที่นั่นก็เครียดตาม เธอโทรศัพท์กลับบ้านบ่อยกว่าทุกครั้ง พร้อมกับเอ่ยปากชวนคนที่บ้านไปเที่ยวลอนดอนกันบ้าง

         “ตอนนี้ปาร์คในลอนดอนกำลังสวยค่ะ มีหนุ่มสาวนอนเปลือยกายอาบแดดในไฮด์ปาร์คด้วยนะ” นั่นคือประโยคชวนพร้อมกับโฆษณาสรรพคุณเพียบ หวังให้รีบตัดสินใจเร็ว แต่ไปในเดือนธันวาคมนี่จะยังมีใครเพี้ยนนอนแก้ผ้าอาบลมหนาวอยู่อีกไหม?!

        ปกติผมไปลอนดอนทีไรมักไม่ค่อยรบกวนใครให้พาเที่ยว เนื่องจากเกรงใจพวกเขา เพราะผมมีวิธีเที่ยวของผมเองอย่างง่ายๆ ก็คือการซื้อทัวร์แบบ 1 day tour เช้าไปเย็นกลับ ซึ่งมีโปรแกรมให้เลือกมากมายไปหมด ส่วนใหญ่ผมเลือกออกไปชนบทหรือรอบนอกลอนดอนใกล้ๆ เช่น ไป Stonehenge, Windsor Castles หรือไม่ก็ Roman Bath

         ถ้าเป็นในเมืองผมก็เดินเที่ยวเอาเอง อยากไปที่ไหนก็นั่งรถไฟใต้ดินซึ่งมีโยงใยอยู่ทั่วกรุง บางครั้งผมก็อยากนั่งรถตากลมเย็นโดยการซื้อตั๋วรถแบบหลังคาเปิด การเที่ยวของผมแบบนี้ ผมชอบไปที่ซ้ำๆ เช่น ผมชอบนั่งรถเปิดหลังคาชมเมืองไปเรื่อยๆ ข้อดีคือมันทำให้ผมได้อัพเดตกรุงลอนดอนอย่างรวดเร็วและครบถ้วน ยิ่งถ้าอากาศดีฟ้าใสก็เหมือนได้ขึ้นสวรรค์ทีเดียว เพราะลอนดอนเขียวสดสะพรั่ง เนื่องจากเป็นเมืองหลวงที่ได้ชื่อว่าเขียวที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

           นั่งอยู่บนที่สูงของหลังคารถมีข้อดีอีกอย่าง คือได้เห็นว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่ลอนดอนก็เปลี่ยนไปน้อยมาก โดยเฉพาะในเขตเมืองเก่าชั้นในที่มีสถานที่ราชการและโบราณสถานซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นมรกดของชาติแล้วไม่เคยเปลี่ยนไปเลย
ขึ้นรถแบบนี้ดีครับ เพราะอยากลงตรงไหนก็ลงได้ เสร็จแล้วขึ้นคันใหม่ไปต่อได้อีกโดยไม่ต้องเสียเงินอีกครั้ง นับว่าสะดวกและประหยัดดี ในหนึ่งวันจึงเที่ยวได้หลายจุด เช่น Big Ben, Tower of London, Trafalgar Square, British Museum, House of Parliament, Tower Bridge, Oxford Street แต่ในหน้าหนาวไปนั่งแบบนั้นไม่ได้หรอกครับ แข็งตายแน่เลย

             ความเป็นเมืองท่องเที่ยวของโลกและมีผู้คนจำนวนมากคละเคล้ากันราวกับยำใหญ่ใส่สารพัด   ทำให้น่าจะเป็นเมืองดุเถื่อนหรือถ่อยแบบคนนิวยอร์ก แต่น้องสาวผมยืนยันว่าไม่ใช่เลย คนที่นี่มีน้ำใจและสุภาพมากกว่ากันแยะ

          คำว่า “ผู้ดีอังกฤษ” ยังใช้ได้อยู่ เธอยืนยันพร้อมกับยกตัวอย่างโดยเอาตัวเองเป็นเกณฑ์ ในกรณีที่เธอเข้าเป็นน้องใหม่ของร้านกาแฟแบรนด์ดังยักษ์ใหญ่จากฟากฝั่งอเมริกาที่ออกตีตลาดโลกรวมทั้งไทยแลนด์ด้วย และได้เข้าไปเปิดในลอนดอน ซึ่งก็ได้รับการต้อนรับอย่างดีจากชาวกรุงลอนดอนรุ่นใหม่มากทีเดียว มากขนาดคนรุ่นเก่าพากันวิตกว่า ถ้าไม่รีบทำอะไรสักอย่าง วัฒนธรรมการดื่มชาที่มีมาอย่างยาวนานอาจถูกกลืนกลายเป็นวัฒนธรรมการดื่มกาแฟไปก็ได้ในอนาคตอันใกล้ เพราะเด็กรุ่นใหม่เริ่มนิยมดื่มกาแฟมากกว่าดื่มชามากขึ้นเรื่อยๆ

         “พวกเขาสุภาพและใจเย็น เห็นเป็นคนต่างชาติ ยังฟังภาษาไม่คล่อง ก็มีน้ำใจช่วยพูดช้าๆ ชัดๆ ให้เราฟังทัน” เธอเล่าเหตุการณ์ช่วงแรกของการเข้าทำงานเป็นพนักงานขายของร้านกาแฟดัง โดยได้รับหน้าที่ให้ยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์เพื่อรับออร์เดอร์ลูกค้า พร้อมกับเป็นแคชเชียร์ไปด้วยเสร็จสรรพ

          “ช่วงแรกๆ ฟังผิดฟังถูก เพราะมันไม่ใช่กาแฟอย่างเดียว มันมีเติมนั่นใส่นี่ ยุ่งไปหมด และราคาก็ต่างกันอีกด้วย แถมยังทอนเงินผิดอีก แบบว่าถ้าลูกค้าไม่ช่วย ขาดทุนตายแน่”

         อย่างไรก็ตาม เรื่องร้ายๆ ที่เกิดขึ้นบ่อยในลอนดอน และแต่ละครั้งก็ดังก้องโลก แต่ชาวลอนดอนแท้ๆ ก็มีเลือดลอนดอนอย่างเข้มข้น หลังเหตุร้ายสงบลงได้ไม่นาน ทางการก็ขอร้องให้ชาวลอนดอนอย่ากลัวและให้ช่วยชาติด้วยการออกมาจากบ้าน ซึ่งพวกเขาก็ช่วยกันอย่างว่าง่าย มาเดินเที่ยว เดินชอปปิง นั่งร้านกาแฟ ร้านชา หรือกินอาหารตามภัตตาคารเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นตั้งนานแล้ว ทั้งๆ ที่มันเพิ่งผ่านไปแค่ 2-3 สัปดาห์ เพื่อลดบรรยากาศความหวาดผวาลงให้เร็วที่สุด ประกอบกับตามย่านสำคัญๆ ที่มีคนมาเดินมากๆ ก็มีการติดกล้องโทรทัศน์วงจรปิดมากขึ้นกว่าเดิม ตอนนี้เรียกว่าแทบจะทุกๆ 200 เมตรกระมัง ยิ่งช่วงที่เป็นแยกของถนนตัดกันจะมีมุมละสามกล้องเลยทีเดียว!

          ในเดือนธันวาคมถือเป็นเดือนแห่งความสุขของชาวลอนดอนก็ว่าได้ เห็นได้จากถนนแทบทุกสายมีคนออกมาเดินจับจ่ายซื้อของขวัญกันมากกว่าปกติ สินค้ารุ่นใหม่ของฤดูกาลถูกนำออกมาวางโชว์ เป็นช่วงที่ชาวลอนดอนมีความสุข และนักท่องเที่ยวอย่างผมก็พลอยมีความสุขกับบรรยากาศนี้ไปด้วย

          ห้างร้านหลายแห่งมีการลดราคา โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวกับเทศกาลคริสต์มาสจะมีให้เลือกซื้อไปใช้มากมาย ส่วนใหญ่เป็นเครื่องประดับต้นคริสต์มาส เห็นแล้วน่าหยิบน่าซื้อไปเสียหมดทุกชิ้น

          บนถนนออกซ์ฟอร์ดซึ่งทุกวันพลุกพล่านไปด้วยผู้คนจนแทบล้นถนนออกมา ช่วงเดือนนี้ยิ่งมีคนมากกว่าเดิม ถ้ามองลงมาจากอาคารสูงจะเห็นว่าคนแน่นเหมือนมดเหมือนปลวก จนได้ชื่อว่าเป็นถนนที่มีคนเดินมากที่สุดในอังกฤษ

          นอกจากนี้ห้างใหญ่ๆ หลายแห่งก็เปิดเทศกาลคริสต์มาสกันอย่างคึกคัก แต่ละห้างทุ่มทุนการแต่งตัวให้มีบรรยากาศของเทศกาลด้วยต้นคริสต์มาสและการประดับประดาด้วยลูกแก้วแพรวพราว มีนางฟ้าและเทวดาตัวน้อยโบยบิน ริบบิ้นและผ้าสีแดง-เขียวดูจะเป็นสีหลักของเดือนนี้

         ในช่วงเวลาแห่งความสุขของการสั่งลาปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ ชาวลอนดอนจะชวนกันไปนับถอยหลังอยู่ที่จัตุรัส Trafalgar ที่นี่ในวันปกติผู้คนก็มากอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นสถานที่นัดพบของชาวลอนดอนเอง ส่วนพวกนักท่องเที่ยวก็มาเที่ยวชมอนุสาวรีย์ของลอร์ดเนลสันซึ่งรบชนะนะโปเลียนที่แหลมทราฟัลการ์เมื่อปี ค.ศ. 1805 ชาวลอนดอนจึงสร้างอนุสาวรีย์นี้เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ชนะ และเป็นการตัดไม้ข่มนามฝรั่งเศสซึ่งถือเป็นไม้เบื่อไม้เมามาตั้งแต่ครั้งโบราณ ด้วยเป็นคู่แข่งกันและกันในการออกล่าอาณานิคมสมัยเมื่อหลายร้อยปีก่อน

           อนุสาวรีย์นี้สูง 50 เมตร รอบฐานเป็นรูปหล่อเรื่องราวการต่อสู้ โดยมีสิงโตตัวใหญ่ทำด้วยสัมฤทธิ์หมอบอยู่สี่ทิศ และในช่วงนี้จะมีการตั้งต้นคริสต์มาสและประดับประดาด้วยไฟนับร้อยดวงระยิบระยับ ซึ่งเป็นประเพณีที่ทำกันมานับร้อยปีแล้ว

          หากเดินชอปปิงจนเมื่อยและหิวก็เข้าผับแบบอังกฤษได้ คนไทยอาจไม่คุ้นกับผับ เพราะไปนึกถึงผับแบบไทยๆ ที่มีแต่การขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือสุราเมรัยอย่างเดียว แต่ผับของคนอังกฤษเป็นสถานที่ที่เขามาสังสรรค์กัน บริการคนทุกกลุ่ม มีอาหารร้อนๆ ให้สั่งมาแก้หิวได้ดี ขอแนะนำอาหารแบบอังกฤษแท้คือ เชพเพิร์ดพาย (Shepherd’s Pie) แต่อาหารชนิดนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบกินเนื้อ เพราะทำด้วยเนื้อบดและผักหั่นละเอียด ปรุงรสค่อนข้างเค็ม กินกับมันบด

          ถ้าไม่คุ้นก็สั่งเมนูที่เป็นมาตรฐานคือฟิชแอนด์ชิปส์ (Fish and Chips) เมนูนี้คงชอบกันทุกคน เพราะทำด้วยปลาชิ้นเดียว ปกติใช้ปลาค้อด (Cod-มีมากในทะเลเหนือ เป็นปลาเศรษฐกิจสำคัญชนิดหนึ่ง) เลาะเอาก้างออก ชุบแป้งขนมปังแล้วนำไปทอดให้เหลือง กินคู่กับมันฝรั่งทอดกรอบ เวลากินให้โรยเกลือนิดหน่อย จะได้รสชาติดีขึ้น

         มาลอนดอนช่วงนี้อย่าได้หวังว่าจะได้พบกับหิมะ เพราะหิมะไม่ได้ตกในลอนดอนมานานแล้ว แม้ว่าเมื่อปีสองปีที่ผ่านมาจะมีปลิวลงมาแวบๆ ก็ตาม เพราะอย่างที่รู้ๆ กันดีว่า สภาพอากาศของโลกเลวร้ายลงทุกที จึงอยู่ที่มนุษย์เรานั่นแหละว่าจะช่วยกันรักษาสภาพแวดล้อมของโลกไว้อย่างสุดฝีมือกันแล้วหรือยัง เรียกว่าถ้าช่วยกันคนละนิดละหน่อย เราไปลอนดอนก็ช่วยเขาแยกขยะ เพื่อที่หวังว่าเวลาชาวลอนดอนมาเที่ยวเมืองไทย เขาก็จะได้ช่วยเราบ้าง ตามประสานักท่องเที่ยวที่อยากให้โลกสวยทุกวัน

         เพราะโลกทุกภูมิภาคถือเสมือนเป็นบ้านของเราทุกคน


Home | Recipes | Street Cafe | Travel | Shopping | Happy Meal | Star Choice | Nutrition | Health Care
Tools & Tips | Events | Restaurant Guide | About Us | Contact Us | Subscribe | Search Restaurant
Moutain

Free Best Web Direcoty| Ladies Dress Cocktail Dress| Ladies Clothing| E-Commerce E-marketing| Travel information| News Franchising
Number of visitors :00437010
Any contents on this site are the properties of Gourmetthai.com
Copying, reprinting, or publishing in any format are prohibited.
Please contact info@gourmetthai.com for legal permission.