Money Expo สัญจร โคราช 2008
Home | Recipes | Street Cafe | Travel | Shopping | Happy Meal | Star Choice | Nutrition | Health Care
Tools & Tips | Events | Restaurant Guide | About Us | Contact Us | Subscribe | Search Restaurant
Member Login
Username
Password

สมัครสมาชิกเว็บไซต์ gourmetthai.com เพียงปีละ 100 บาท รับสิทธิพิเศษค้นหาข้อมูลร้านอาหารในเว็บไซต์


Food
Recipes
Street Café
Restaurant Reviews
Shopping
Cookbook
Beverage
Wine
Beer
Whiskey
Soft Drinks
Entertainment
Theatre & Film
Events
Promotion
Privileged Card
กาตาร์ ผู้ปลุกโลกอาหรับยุคใหม่
 
 
Travel Menu
Inbound
Outbound








              
สำหรับผู้ที่สนใจข่าวจากต่างประเทศ เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินชื่อ “สำนักข่าวอัลจาซีรา” กันมาบ้าง เพราะคนทั่วไปที่อยู่ภายนอกรัฐอาหรับจะรู้ความเคลื่อนไหวต่างๆ ของโลกอาหรับในตะวันออกกลางได้โดยผ่านสื่อโทรทัศน์แห่งนี้เท่านั้น โดยที่บางข่าวก็สร้างกระแสความสั่นสะเทือนได้ไม่แพ้สำนักข่าวใหญ่ๆ อย่าง CNN หรือ BBC ทีเดียว เพราะสถานีโทรทัศน์แห่งนี้นี่แหละที่เป็นช่องทางการเผยแพร่ภาพและข่าวของกลุ่มบินลาดินและกลุ่มผู้นำอัลกออิดะ ซึ่งทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางทั้งระดับภูมิภาคและระดับโลกเลยทีเดียว เนื่องจากภาพข่าวจากสำนักข่าวโทรทัศน์อัลจาซีราแห่งนี้มิใช่เพียงแต่จะทำให้โลกทั้งใบได้เห็นโฉมหน้าของโลกอาหรับที่คนทั่วไปในโลกใบนี้น้อยคนนักจะล่วงรู้แล้ว ยังทำให้โลกอาหรับอีกกว่า 35 ล้านคนในภูมิภาคนี้ได้รับข่าวสารของพวกตนไปพร้อมๆ กันด้วย โดยเฉพาะบางข่าวในช่วงข่าวภาคค่ำสามารถทำให้บรรดาสมาชิกในครอบครัวที่เป็นสตรีถึงกับตะลึง และทำให้โลกของมุสลิมเปลี่ยนไป

            “กาตาร์” (Qatar) เป็นชื่อของประเทศที่มีขนาดเล็กที่สุดในกลุ่มอาหรับแถบตะวันออกกลาง พื้นที่ประเทศคล้ายแหลมหรือติ่งที่งอกออกจากแผ่นดินใหญ่เข้าไปในอ่าวเปอร์เซีย โดยมีชายแดนด้านทิศใต้ติดอยู่กับประเทศซาอุดิอาระเบีย ยักษ์ใหญ่ของโลกอาหรับเพียงประเทศเดียวเท่านั้น และเมื่อดูตามแผนที่ตั้งของประเทศแล้ว ขนาดพื้นที่ของประเทศกาตาร์ก็เกือบจะเป็นส่วนหนึ่งของประเทศซาอุดิอาระเบีย...ถ้าไม่ใช่ว่าเมื่ออดีตย้อนหลังไปที่ศตวรรษที่ 18 ชนเผ่าต่างๆ ในทะเลทรายยังมีการรบพุ่งแย่งชิงพื้นที่และแหล่งน้ำใต้ดินกันอยู่ บรรพบุรุษของเผ่าอัลซานีของเชคฮามัด (ผู้ปกครองกาตาร์ในปัจจุบัน) ได้อพยพผู้คนมาที่บริเวณนี้ และได้ลงหลักปักเขตแดนของตนโดยมีอังกฤษหนุนหลังเมื่อปี ค.ศ. 1868 แล้วล่ะก็...อาจจะไม่มีประเทศกาตาร์เกิดขึ้นในโลกนี้เลยก็ได้
กาตาร์อยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษนานหลายปีจนกระทั่งได้รับเอกราชเมื่อปี ค.ศ. 1971 ตอนนั้นอังกฤษเองก็คงนึกไม่ถึงว่าใต้พื้นทรายที่ดูไม่มีอะไรเลยนอกจากไข่มุกตามชายฝั่งทะเล ที่แท้คือขุมทรัพย์มหาศาลที่เรียกกันว่าทองคำสีดำ นั่นก็คือ น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ

           น้ำมันและก๊าซธรรมชาติเป็นของขวัญจากธรรมชาติที่ทำให้กาตาร์ร่ำรวยที่สุดประเทศหนึ่งในโลก รวยจนประชาชนไม่รู้ว่าจะมีเงินไปทำอะไร เพราะรัฐสวัสดิการที่รัฐบาลปรนเปรอให้มีอยู่อย่างเพียบพร้อม ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา การรักษาพยาบาลยามเจ็บป่วย ความสะดวกสบายต่างๆ ระบบสาธารณูปโภค โดยเริ่มมีตั้งแต่สมัยที่เชคคอลิฟะได้ขึ้นบัลลังก์ปกครองกาตาร์เมื่อปี ค.ศ. 1972 เป็นต้นมา ซึ่งพระองค์ทรงมีพระนามเต็มๆ ว่า “เชคคอลิฟะ บิน ฮามัด อัลซานี”

         แต่การปกครองและบริหารประเทศของเชคคอลิฟะอาจไม่ค่อยเป็นที่พอใจของคนหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงที่ได้รับการศึกษาจากต่างประเทศนัก โดยเฉพาะกลุ่มของพระโอรสองค์โต พระนามว่า “เชคฮามัด” ผู้เกิดจากมเหสีที่ทรงโปรดที่สุด

         และแล้วเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดถึง ขณะที่เชคคอลิฟะ บิน ฮามัด อัลซานี (พระบิดา) เสด็จฯ ไปพักผ่อนที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เมื่อเดือนมิถุนายนปี ค.ศ. 1995 ก็เกิดมีการทำรัฐประหารยึดอำนาจการปกครอง โดยการนำของเชคฮามัด (พระโอรส) และเหล่าผู้สนับสนุน ซึ่งเป็นตัวแทนของคนสำคัญสูงสุดในเผ่าต่างๆ ของกาตาร์

         การยึดอำนาจครั้งนั้น แน่นอนที่สุดต้องมีการต่อต้าน แต่การทำรัฐประหารซ้อนไม่สำเร็จ เพราะเชคฮามัดได้วางแผนการยึดอำนาจไว้อย่างดิบดี และพลันที่ทรงได้อำนาจก็ทรงปฏิรูปประเทศกาตาร์อย่างพลิกฝ่ามือ

         11 ปีผ่านไป กาตาร์ภายใต้การนำของเชคฮามัดได้เปลี่ยนแปลงรูปโฉมของกาตาร์ไปอย่างมากมาย ทรงนำประเทศออกสู่โลกภายนอกอันกว้างใหญ่ ทรงผูกมิตรกับสหรัฐอเมริกา ถึงกับให้มีฐานทัพอากาศของสหรัฐฯ อยู่ในแผ่นดินของกาตาร์ (ฐานทัพอากาศอัลอุดัยด์) แม้ประชาชนและนักวิชาการในประเทศจะไม่ค่อยเห็นด้วยนัก เพราะคิดว่ากาตาร์อยู่ได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว เนื่องจากมีทรัพยากรธรรมชาติคือน้ำมันและก๊าซธรรมชาติอย่างเหลือเฟือ ทุกวันนี้ก็ยังสำรวจพบอยู่เรื่อยๆ

..............................

        หลายคนที่เคยไปประเทศกาตาร์มาก่อนผมพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า กาตาร์เป็นดาวจรัสแสงอีกดวงหนึ่งของโลกอาหรับ พอผมได้ไปเห็นด้วยตาตัวเองก็พบว่าจริงอย่างที่พวกเขาพูดเอาไว้

        ผมบินจากกรุงเทพฯ โดยสายการบินแห่งชาติของกาตาร์คือ Qatar Airways แค่ 6 ชั่วโมงก็ถึงกรุงโดฮาเมืองหลวงของกาตาร์แล้ว ซึ่งความร่ำรวยของกาตาร์สามารถเห็นได้จากสายการบินแห่งชาติกันเลย เนื่องจากเป็นประเทศที่ร่ำรวยจึงได้สั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัสฝูงใหม่เอี่ยมมาให้บริการ ภายในเคบินมีการตกแต่งอย่างสวยงามและโอ่โถงตระการตามาก เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพของเก้าอี้ทุกชั้นและอุปกรณ์เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ ความเพียบพร้อมเหล่านี้นี่แหละที่ทำให้สายการบินกาตาร์ได้รับการจัดอันดับให้เป็นสายการบินระดับห้าดาวทีเดียว

       ด้วยเก้าอี้แสนสบายของชั้นธุรกิจและอาหารอร่อยเลิศรสทำให้ผมอิ่มและหลับไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็ถูกปลุกให้ลุกขึ้นมานั่งให้เรียบร้อย เมื่อเครื่องบินพร้อมที่จะลงจอดยังท่าอากาศยานนานาชาติโดฮาแล้ว

         สนามบินนานาชาติโดฮาสร้างได้สวยงามตามแบบสนามบินทันสมัยในโลกยุคนี้ แม้ขนาดจะค่อนข้างเล็กไปหน่อย ด้วยตอนสร้างสนามบินครั้งแรก ผู้บริหารสนามบินก็คงนึกไม่ถึงว่าประเทศกาตาร์ของตนจะบูมสุดๆ ได้ถึงขนาดนี้ ส่งผลให้มีเที่ยวบินบินมาลงที่กรุงโดฮาคึกคักมาก จนพื้นที่ห้องผู้โดยสารทั้งขาเข้าและออกคับแคบไปถนัดตา ถึงแม้ว่าทางสนามบินจะพยายามเร่งสร้างส่วนขยายของห้องรับรองผู้โดยสารทั้งขาเข้าและขาออกออกไปอีกเพื่อรองรับจำนวนผู้โดยสารที่มีมากมายทุกวัน แต่ก็เหมือนว่าการก่อสร้างเชื่องช้าไม่ทันการ จนผมนึกประหวั่นอยู่ในใจว่า ต้นเดือนธันวาคมนี้กรุงโดฮาเมืองหลวงของกาตาร์กำลังจะเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 15 ซึ่งจะมีจำนวนนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จากประเทศต่างๆ ทั่วเอเชียหลายหมื่นคน (เฉพาะนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ของไทยก็มีมากถึง 400 กว่าคนแล้ว) สนามบินแห่งนี้จะรองรับไหวหรือ เนื่องจากเวลาปกติที่ยังไม่มีการจัดงานใหญ่ๆ แบบนี้ยังล้นหลามแทบไม่มีที่ยืนเลย

          เอาเป็นว่านักกีฬาและเจ้าหน้าที่คงต้องทำใจในความไม่สะดวกบ้าง แต่ตอนนี้เราเข้าไปเที่ยวในเมืองหลวงกันดีกว่า เพื่อดูว่าเมืองที่รับเป็นเจ้าภาพกีฬาอันยิ่งใหญ่ของชาวเอเชีย...มีหน้าตาเป็นอย่างไร

         ด้วยความเป็นประเทศเศรษฐีบ่อน้ำมันที่ร่ำรวยมหาศาล ทำให้กาตาร์ใช้เงินสร้างประเทศด้วยมาตรฐานยุโรปและอเมริกา ซึ่งเห็นได้จากถนนที่พาผมเข้าเมืองพาดผ่านไปในทะเลทรายถูกราดยางอย่างดีเยี่ยม พื้นผิวถนนราบเรียบไม่มีหลุมบ่อให้เห็น รถจึงวิ่งฉิวและนิ่มจนน่าอิจฉา
ราวครึ่งชั่วโมงผมก็เริ่มเห็นตึกสูงโผล่ขึ้นมากลางทะเลทราย และไม่กี่อึดใจผมก็อยู่ท่ามกลางหมู่อาคารสูงมากมาย และมองเห็นการพัฒนาประเทศด้วยวิสัยทัศน์อันยาวไกลของผู้นำอย่างเชคฮามัด เพราะถ้าผู้นำไม่กล้าและจริงใจต่อการบริหารประเทศเสียแล้ว เราก็คงไม่ได้เห็นความรุ่งเรืองของกาตาร์เช่นปัจจุบันเป็นแน่

         อาคารเหล่านี้ซึ่งมีทั้งอาคารสำนักงาน อพาร์ตเมนต์ และโรงแรมระดับ 4-5 ดาวจากเชนยักษ์ใหญ่ทุกแห่งได้รับการออกแบบอย่างสวยงามด้วยรูปทรงทันสมัย หรือจะเรียกว่าล้ำสมัยก็คงได้ เพราะออกแบบได้โฉบเฉี่ยวอย่างที่ไม่ค่อยได้พบเห็นบ่อยนัก และว่ากันว่าเป็นแรงงานจากต่างประเทศล้วนๆ รวมถึงแรงงานจากประเทศไทยด้วย (ประชากรกาตาร์มีราวสองแสนคน แต่คนงานต่างด้าวมีกว่าสี่แสนคน)

           แม้จะอยู่บนทะเลทรายอันร้อนระอุ แต่กรุงโดฮาก็พยายามทำให้พื้นที่ของเมืองมีสีเขียวด้วยการปลูกต้นไม้และดอกไม้โดยใช้ระบบน้ำหยด ดังนั้นบนท้องถนนที่มีรถยนต์นำเข้าหลากหลายยี่ห้อขับผ่านเกาะกลางถนนที่มีดอกไม้บานจึงเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ใจมากสำหรับประเทศที่อยู่ในทะเลทรายและมีอุณหภูมิสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส มีลมร้อนระอุพัดผ่านราวกับยืนอยู่หน้าเตาไฟขนาดใหญ่เช่นนั้น

          ด้วยการนำของเชคฮามัดที่ทรงมีความคิดทันสมัย จึงให้สิทธิสตรีในประเทศอย่างกว้างขวางมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ทำให้ผมสามารถพบเห็นผู้หญิงชาวอาหรับในที่สาธารณะมากขึ้น โดยเฉพาะในศูนย์การค้าใหญ่ทันสมัยกลางเมือง พวกสาววัยรุ่นนิยมใส่กางเกงยีนออกมาเที่ยวนอกบ้านกันมากขึ้น แม้จะมีอยู่จำนวนไม่น้อยที่ยังนิยมสวมชุดประจำชาติที่เรียกว่าชุด “อาบายา” มีลักษณะเป็นผ้าคลุมตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เปิดเฉพาะดวงตาเท่านั้น และส่วนใหญ่เป็นสีดำ

          ส่วนผู้ชายซึ่งมีเสรีภาพมากกว่ามาตั้งแต่ไหนแต่ไรในสังคมของชาวมุสลิม ยังนิยมใส่ชุดเสื้อคลุมสีขาวยาวถึงเท้า ชุดแบบนี้ในความเห็นของผมคิดว่าเหมาะกับสภาพอากาศร้อนแบบทะเลทรายมากกว่ากางเกงยีนเสียอีก แต่ทำอย่างไรได้ในเมื่อโลกทุกวันนี้เป็นโลกของโลกาภิวัตน์ไปเสียแล้ว และคลื่นของโลกาภิวัตน์ก็ไม่เคยปรานีใครเสียด้วย มันพัดพาเอาวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามาอย่างบ้าคลั่งในรูปแบบของภาพยนตร์และดนตรีที่ทำให้คนทั้งโลกคลั่งไคล้และอยากเลียนแบบชาวตะวันตกไปเสียทั้งหมด ถ้าวัฒนธรรมและประเพณีของชาวโลกในส่วนอื่นๆ ไม่เข้มแข็งมากพอก็อาจจะถูกกลืนได้ในไม่ช้า ไม่พ้นแม้แต่โลกอาหรับ ดังตัวอย่างที่ผมเห็นที่ศูนย์การค้าแห่งนี้ ซึ่งภายในมีห้างร้านขายของแบรนด์เนมอยู่มากมาย ทั้งสินค้าจากยุโรปและอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าแฟชั่นใหม่ๆ โทรศัพท์มือถือ วิทยุ โทรทัศน์ และของฟุ่มเฟือยอื่นๆ ที่ทำให้คนหนุ่มสาวชาวกาตาร์ที่มีฐานะดีสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้

         การเข้ามาเดินเล่นในศูนย์การค้าที่ทันสมัยของกรุงโดฮาทำให้มองเห็นความร่ำรวยของเศรษฐีน้ำมันของโลกได้ชัดเจนขึ้นมาก เพราะส่วนโถงกลางของศูนย์การค้ามีหลังคาเป็นโดมแก้วสูง 5 ชั้น เว้นพื้นที่ตรงกลางศูนย์ฯ ให้เป็นลานกว้าง และทำเป็นลานสเกตน้ำแข็งให้เด็กๆ และคนหนุ่มสาวเข้าไปสัมผัสกับความเร็วและความเย็นกันอย่างสนุกสนาม แบบนึกไม่ถึงว่าจะได้เห็นในโลกอาหรับที่ตั้งอยู่กลางทะเลทราย

         อย่างไรก็ตาม เมื่อไปเห็นความทันสมัยของกรุงโดฮาแล้ว ทำให้ผมต้องเปลี่ยนความคิดเดิมๆ เสียใหม่ต่อโลกอาหรับที่แต่ก่อนไม่เคยล่วงรู้ว่าที่แท้เขาก็ไม่ได้ต่างจากคนอื่นเลย แม้ว่าขนบธรรมเนียมประเพณีบางอย่างอาจต่างกันบ้าง แต่โดยความเป็นมนุษย์โลกนั้น เราทุกคนเหมือนกัน ซึ่งประเทศกาตาร์ได้ส่งความรับรู้นี้ผ่านทุกสื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านการกีฬาอันเป็นรากฐานของความเสมอภาคของมวลมนุษยชาติ และนักกีฬาจากประเทศไทยได้มีส่วนร่วมอยู่ในนี้ด้วย บนทุกสนามกีฬาที่กาตาร์ทุ่มงบประมาณมหาศาลสร้างเพื่อให้เป็นสนามกีฬาที่ทันสมัยใหม่เอี่ยมแห่งหนึ่งของโลก

    ...ซึ่งวันนี้พร้อมแล้ว


          




Home | Recipes | Street Cafe | Travel | Shopping | Happy Meal | Star Choice | Nutrition | Health Care
Tools & Tips | Events | Restaurant Guide | About Us | Contact Us | Subscribe | Search Restaurant
Moutain

Free Best Web Direcoty| Ladies Dress Cocktail Dress| Ladies Clothing| E-Commerce E-marketing| Travel information| News Franchising
Number of visitors :00437010
Any contents on this site are the properties of Gourmetthai.com
Copying, reprinting, or publishing in any format are prohibited.
Please contact info@gourmetthai.com for legal permission.