Money Expo สัญจร โคราช 2008
Home | Recipes | Street Cafe | Travel | Shopping | Happy Meal | Star Choice | Nutrition | Health Care
Tools & Tips | Events | Restaurant Guide | About Us | Contact Us | Subscribe | Search Restaurant
Member Login
Username
Password

สมัครสมาชิกเว็บไซต์ gourmetthai.com เพียงปีละ 100 บาท รับสิทธิพิเศษค้นหาข้อมูลร้านอาหารในเว็บไซต์


Food
Recipes
Street Café
Restaurant Reviews
Shopping
Cookbook
Beverage
Wine
Beer
Whiskey
Soft Drinks
Entertainment
Theatre & Film
Events
Promotion
Privileged Card
ปักกิ่ง ตำนานของโลก
 
 
Travel Menu
Inbound
Outbound








  ทั่วโลกรู้จักกรุงปักกิ่ง (Peking) ในฐานะเป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐประชาชนจีนที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานย้อนหลังไปหลายพันปี และถ้านับกันจริงๆ ามารถย้อนไปถึงก่อนมนุษย์จะมีการบันทึกประวัติศาสตร์ด้วยซ้ำ

          กรุงปักกิ่งถูกสร้างขึ้นด้วยคำบัญชาของกุบไลข่าน ที่ทรงต้องการใช้เป็นแค่พระราชวังฤดูหนาว แต่เมื่อถึงราชวงศ์หมิงในสมัยของพระเจ้าหยงลี่ได้สถาปนากรุงปักกิ่งขึ้นเป็นเมืองหลวง ตั้งแต่นั้นมาปักกิ่งก็ผ่านร้อนผ่านหนาว ทั้งสุข ทุกข์โศก และยินดีกับชะตากรรมของประเทศจีนเรื่อยมา โดยมีฮ่องเต้ปกครองหลายพระองค์ จนมาถึงราชวงศ์ชิงซึ่งก่อตั้งโดยพวกแมนจูที่เข้ามายึดกรุงปักกิ่งไว้ได้ และครองอยู่นานถึง 267 ปี แล้วราชวงศ์จีนก็ถึงกาลหมดสิ้นลง

          อย่างไรก็ตาม ถึงจะเปลี่ยนแปลงราชวงศ์จากหมิงมาเป็นชิง แต่ราชวงศ์ชิงก็รักษาสภาพของกรุงปักกิ่งเอาไว้อย่างดี อีกทั้งยังก่อสร้างเพิ่มเติมออกไปอีกด้วย ซึ่งในราชวงศ์ชิงนี้คงไม่มีใครเด่นและรู้จักกันดีเท่ากับพระนางซูสีไทเฮา หญิงเหล็กคนหนึ่งของประวัติศาสตร์ชาติจีน

          กรุงปักกิ่งบอบช้ำหลายครั้งหลายหน แต่ไม่มีครั้งไหนจะเจ็บเท่ากับการเข้ามาของพวกฝรั่งในยุคล่าอาณานิคมที่มีทั้งอังกฤษ ฝรั่งเศส โดยเฉพาะอังกฤษได้ใช้อุบายเอาฝิ่นจากอินเดียและปากีสถานมามอมเมาคนจีนจนติดฝิ่นกันงอมแงม ทางการจีนเห็นว่าหากขืนปล่อยเอาไว้แบบนี้ ชาติบ้านเมืองเห็นทีจะต้องพินาศล่มจม เพราะคนในชาติติดฝิ่นจนทำงานทำการไม่ได้ สติปัญญาถดถอย ที่สุดก็เป็นที่มาของสงครามฝิ่น ซึ่งผลออกมาคือจีนแพ้ ต้องจ่ายชดเชยค่าเสียหายแก่อังกฤษมากมาย

         แต่พวกฝรั่งไม่หยุดอยู่เพียงแค่นั้น ภายหลังรวมหัวกันรังแกคนจีนด้วยการอ้างเหตุต่างๆ นานา จนเกิดสงครามระหว่างจีนกับพวกฝรั่งทั้งแปดชาติที่เข้ามาในกรุงปักกิ่ง และในที่สุดจีนก็แพ้อีกจนได้ ต้องเสียมาเก๊าและฮ่องกงให้กับอังกฤษ รวมทั้งการเสียดินแดนบางส่วนให้กับรัสเซีย
หากดูตามประวัติศาสตร์คงน่าจะเป็นเคราะห์กรรมของกรุงปักกิ่ง เพราะหาความสงบไม่ได้นาน ถ้าไม่รบกับฝรั่งก็ต้องรบกันเองภายในศึกสายเลือด จนผลสุดท้ายระบบฮ่องเต้อันเกรียงไกรมานับพันปีก็สูญสิ้นไปจากแผ่นดินจีน เมื่อพรรคคอมมิวนิสต์ได้เข้ายึดครองกรุงปักกิ่งในเดือนมกราคมปี พ.ศ. 1949 และในวันที่ 1 ตุลาคม ประธานเหมาเจ๋อตุงก็ประกาศตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนขึ้นใหม่ ปลดแอกจีนออกจากระบบดั้งเดิม แล้วเริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่ ตั้งแต่นั้นมาจีนก็พัฒนาตัวเองอย่างค่อยเป็นค่อยไป และขึ้นผงาดอีกครั้งหลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง จนปัจจุบันจีนโฉมใหม่กลายเป็นประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก แล้วเริ่มต้นเรียกคืนดินแดนที่ถูกพวกฝรั่งใช้อำนาจยึดเอาไปทั้งมาเก๊าและฮ่องกงกลับมา พร้อมกับเปิดประเทศอีกครั้งหลังจากที่ปิดอยู่นานปี

          ปัจจุบันนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางเข้าเมืองจีนกันเป็นว่าเล่น ช่วงแรกอาจมีเสียงบ่นในเรื่องของความไม่สะดวกสบาย ความไม่สะอาดและไม่เป็นสากล เพราะคนจีนปิดประเทศมาหลายสิบปีจนเชยตามโลกไม่ทัน แต่หลังจากนั้นเพียงไม่นาน จีนก็ก้าวกระโดดขึ้นมายืนเทียบเคียงบ่าเคียงไหล่กับมหาอำนาจทั้งปวง และดูเหมือนจะแซงหน้าหลายๆ ประเทศที่เคยดูถูกคนจีนเอาไว้ไปหลายขุมทีเดียว

           เดี๋ยวนี้ประเทศจีนกลายเป็นจีนทันสมัย เมืองใหญ่ๆ มีความเป็นระเบียบสวยงาม ตึกรามอาคารสูงราวกับอยู่ในอเมริกาก็ไม่ปาน ความไม่สะดวกสบายหรือความไม่สะอาดในสายตาของชาวโลกหายไปหมดแล้ว โดยเฉพาะเมืองใหญ่ๆ อย่างปักกิ่ง ซึ่งกำลังจะเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกปี ค.ศ. 2008 ขณะนี้ได้เร่งปรับปรุงภูมิทัศน์จนทั้งเมืองสวยงามพร้อมรับเต็มที่แล้ว

            สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วๆ ไปที่มากรุงปักกิ่ง แทบทุกคนมีวัตถุประสงค์หลักอย่างเดียวกัน คืออยากเห็นเมืองจีนว่ามีความเป็นอยู่อย่างไร จะเหมือนอย่างที่เคยได้ยินมาหรือเปล่า

           หลายคนที่มีเชื้อสายจีนอยู่บ้างจะพอใจที่เห็นกรุงปักกิ่งใหญ่โต มีตึกสูงสง่าหรูหรามากมาย รวมทั้งต้นไม้ใหญ่และสวนสาธารณะที่ปลูกจนเขียวสะพรั่งไปหมด ส่งให้ถนนหนทางในกรุงปักกิ่งที่กว้างใหญ่ดูงดงามไปด้วย

           กรุงปักกิ่งมีถนนสายใหญ่ๆ หลายสายสำหรับให้ยวดยานบนถนนที่นับวันจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ มากจนกระทั่งรถติดในชั่วโมงเร่งด่วนเหมือนกรุงเทพฯ แต่ที่ต่างกันก็คือ ปักกิ่งยังสงวนเลนไว้ให้รถจักรยานได้ใช้ร่วมกับรถยนต์ ซึ่งประชาชนชาวปักกิ่งก็ใช้ทางจักรยานนี้กันมากมาย แม้ว่าจะน้อยกว่าเมื่อหลายปีก่อนมากที่รถยนต์ยังเป็นของฟุ่มเฟือยและคนจีนยังจนกว่านี้

          อย่างไรก็ตาม เมื่อมาถึงกรุงปักกิ่งแล้ว นอกจากจะต้องลองกินเป็ดปักกิ่งต้นตำรับแล้ว สิ่งที่ควรมาชมกันให้ได้ก็คือ จัตุรัสเทียนอันเหมิน และพระราชวังหลวง

          จัตุรัสเทียนอันเหมินเป็นพื้นที่กว้างขวางกลางเมือง มีประวัติศาสตร์อันน่าระทึกใจอยู่ที่บริเวณนี้มากมาย แต่ถึงจะมีขนาดใหญ่โตเพียงใดก็ตาม วันที่ผมไปดูจะเล็กไปเลย เพราะมีคนอยู่กลางลานจัตุรัสมากมาย ส่วนใหญ่เป็นชาวจีนจากจังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะพวกเด็กนักเรียน เนื่องจากเป็นช่วงปิดเรียนภาคฤดูร้อนซึ่งอากาศกำลังร้อนจัด ปีนี้จีนก็ถูกคลื่นความร้อนโหมกระหน่ำเช่นเดียวกัน วันที่ผมไปนั้นวัดอุณหภูมิได้ประมาณ 36 องศาเซลเซียส ผมรู้สึกได้ถึงคลื่นความร้อนที่เคลื่อนผ่านตัวผมไป มันเหมือนมีไอร้อนจากเตาไฟที่อยู่รอบๆ ตัว แต่ไม่ว่าจะร้อนเพียงใดก็มีชาวจีนจำนวนมากเข้าแถวยาวเหยียดเป็นกิโลเพื่อเข้าไปเคารพศพของท่านประธานเหมาเจ๋อตุง ซึ่งกว่าจะได้เข้าไปถึงภายในอาคารต้องใช้เวลายืนอยู่ในคิวร่วมชั่วโมง แต่ให้เวลาคนละไม่เกิน 2 นาทีในการเคารพศพ



Home | Recipes | Street Cafe | Travel | Shopping | Happy Meal | Star Choice | Nutrition | Health Care
Tools & Tips | Events | Restaurant Guide | About Us | Contact Us | Subscribe | Search Restaurant
Moutain

Free Best Web Direcoty| Ladies Dress Cocktail Dress| Ladies Clothing| E-Commerce E-marketing| Travel information| News Franchising
Number of visitors :00437010
Any contents on this site are the properties of Gourmetthai.com
Copying, reprinting, or publishing in any format are prohibited.
Please contact info@gourmetthai.com for legal permission.