Money Expo สัญจร โคราช 2008
Home | Recipes | Street Cafe | Travel | Shopping | Happy Meal | Star Choice | Nutrition | Health Care
Tools & Tips | Events | Restaurant Guide | About Us | Contact Us | Subscribe | Search Restaurant
Member Login
Username
Password

สมัครสมาชิกเว็บไซต์ gourmetthai.com เพียงปีละ 100 บาท รับสิทธิพิเศษค้นหาข้อมูลร้านอาหารในเว็บไซต์


Food
Recipes
Street Café
Restaurant Reviews
Shopping
Cookbook
Beverage
Wine
Beer
Whiskey
Soft Drinks
Entertainment
Theatre & Film
Events
Promotion
Privileged Card
สีสันฤดูร้อนที่ท้องสนามหลวง
 
 
Travel Menu
Inbound
Outbound







       
         ในช่วงฤดูร้อนแบบนี้แทบจะไม่มีใครอยากออกไปเผชิญกับแดดแรงๆ นอกบ้าน เว้นแต่จะเป็นช่วงบ่ายแก่ๆ ที่แดดร่มลมเย็นแล้ว ผู้คนอีกส่วนหนึ่งจึงปรารถนาจะออกไปรับลม พร้อมสนุกกับการเล่นว่าว ณ ท้องสนามหลวง ซึ่งถือเป็นท้องทุ่งแห่งประวัติศาสตร์ที่ยืนหยัดอยู่คู่กับกรุงเทพมหานครมายาวนาน

           สนามหลวงเปรียบเสมือนสมุดบันทึกเล่มใหญ่ที่รวบรวมเรื่องราวต่างๆ มากมายทั้งทุกข์และสุข รวมถึงเหตุการณ์สำคัญและเรื่องเพลินๆ เช่นการเล่นว่าว ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นบริเวณลานโล่งของท้องสนามหลวงมาตั้งแต่สมัยต้นรัตนโกสินทร์ และยังคงได้รับความนิยมจวบจนปัจจุบัน แต่ความนิยมเล่นว่าวของชาวกรุงเทพฯ มีเฉพาะฤดูร้อนเท่านั้น เพราะเป็นช่วงที่ลมแรง เหมาะแก่การเล่นว่าวที่สุด จนมีการเรียกกระแสลมในช่วงนี้ว่า “ลมว่าว”

         เพราะฉะนั้น เมื่อถึงหน้าร้อนของทุกปี บริเวณท้องสนามหลวงที่มักเงียบงันในฤดูอื่น ก็จะเริ่มคึกคักตั้งแต่เวลาประมาณบ่าย 2-3 โมงเป็นต้นไป ด้วยบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่หอบหิ้วว่าวสีสันสดใส ลวดลายต่างๆ มาปักหลักวางขายกระจายทั่วไป เป็นที่สะดุดตาแก่ผู้พบเห็น และดึงดูดผู้ที่ตั้งใจมาเล่นว่าวให้เร่งสาวเท้าก้าวเข้าไปชมว่าวที่ล้อลมไปมาใกล้ๆ รวมถึงเลือกซื้อว่าวหลากหลายรูปแบบ ทั้งว่าวงู ว่าวผีเสื้อ และว่าวการ์ตูนลายฮิตที่มีสีแดง ส้ม เหลือง เขียว ฟ้า ชมพู บานเย็น ฯลฯ

         ...ว่าวงูสีแดงสดลอยขึ้นฟ้าเป็นตัวแรก ตามติดด้วยว่าวโดราเอมอนสีฟ้าสดใส จากนั้นไม่นาน ว่าวผีเสื้อสีเหลืองอร่ามและว่าวตัวอื่นๆ ต่างทยอยกันขึ้นฟ้า พริ้วไหวไปตามแรงลมและสายเชือกที่มีผู้เล่นควบคุมทิศทางอยู่เบื้องล่าง ทำให้ท้องฟ้าละลานตาด้วยว่าวหลากสีหลายชนิด นอกจากนี้ยังมีว่าวพระเอกอย่างว่าวจุฬาและว่าวปักเป้าเข้ามาร่วมโต้ลมกับเขาด้วย...

         แหงนหน้ามองว่าวสีสดตัดกับฟ้าสีครามยามบ่ายแก่ๆ แล้ว เมื่อหันกลับมามองที่ท้องสนามหลวง ก็ได้เห็นคนเล่นว่าวทุกเพศทุกวัย บ้างมากันเป็นครอบครัว บ้างก็มาเป็นกลุ่มเพื่อน บ้างเป็นคู่รัก ภาพพ่อแม่ลูกออกมาเล่นว่าวด้วยกัน...พ่อสอนลูกเล่นว่าว...พี่ช่วยน้องดึงสายป่าน...ผองเพื่อนเล่นว่าวแข่งกัน...คู่รักผลัดกันถือ ผลัดกันเล่น...ดูแล้วน่าอิจฉา การเล่นว่าวจึงเป็นกิจกรรมอบอุ่นน่ารักที่พบเห็นไม่บ่อยนัก เพราะใบหน้าเปื้อนยิ้มเคล้าเสียงหัวเราะของคนข้างๆ ช่างสดใส ไม่ต่างอะไรกับว่าวหลากสีที่กระจายอยู่ทั่วผืนฟ้า เป็นสีสันที่ทำให้บรรยากาศช่วงหน้าร้อนมีชีวิตชีวามากขึ้นอีกโข


           มาถึงสนามหลวงทั้งทีก็ถือโอกาสเยี่ยมชมสถานที่สำคัญและวิถีชีวิตของผู้คนละแวกนั้นเสียด้วยเลย สำหรับผู้ชื่นชอบงานศิลป์ก็มีงานศิลปะต่างๆ ให้เยี่ยมชม เริ่มต้นที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ หอศิลป หรือ “หอศิลปเจ้าฟ้า” ตั้งอยู่เชิงสะพานพระปิ่นเกล้า โดดเด่นด้วยตัวอาคารสีเหลืองและสถาปัตยกรรมตะวันตก เป็นที่รวบรวมและจัดแสดงผลงานศิลปะไทย ศิลปะร่วมสมัย ของศิลปินชาวไทยและต่างประเทศที่ได้รับการคัดเลือกแล้วว่ามีคุณภาพ โดยจัดแสดงในรูปของนิทรรศการถาวรและนิทรรศการหมุนเวียนที่ผลัดเปลี่ยนให้ชมตลอดทั้งปี นอกจากนี้ในบริเวณพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ หอศิลป ยังมีตลาดนัดศิลปะ ซึ่งเปิดให้ผู้สนใจเข้ามาเลือกชม เลือกซื้อผลงานศิลปะ เช่น ภาพวาดสีน้ำมัน ภาพเขียนสีน้ำ ภาพถ่าย พร้อมพูดคุยกับเหล่าศิลปินแขนงต่างๆ ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น.

           อีกแห่งหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือมหาวิทยาลัยศิลปากร หรือวังท่าพระในอดีต ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมความรู้ด้านศิลปะ และเป็นสถาบันผลิตศิลปินที่มีชื่อเสียงของประเทศมากมาย ใครที่เข้าไปเยี่ยมชมมักจะหลงใหลในสถาปัตยกรรมแบบยุโรปของตึกพรรณรายสไตล์คลาสสิกที่งดงาม และหอศิลป์ท้องพระโรงแบบไทยที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ โดยปรับปรุงเป็นห้องจัดแสดงผลงานศิลปะของศิลปินต่างๆ นอกจากนี้ยังมีหอศิลป์ที่น่าสนใจอีกมาก เช่น หอศิลป์ของคณะจิตรกรรมฯ, หอศิลปะและการออกแบบ คณะมัณฑนศิลป์ หอศิลปะสถาปัตยกรรม พระพรหมพิจิตร คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์

            ส่วนผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ของชนชาติไทย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคงให้คำตอบได้ดี เนื่องจากภายในจัดแสดงประวัติศาสตร์ชาติไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัยถึงรัตนโกสินทร์ รวมถึงโบราณวัตถุมากมายอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งยังมีพระที่นั่งต่างๆ เช่น พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ และพระที่นั่งอิศราวินิจฉัย ซึ่งเป็นเพียงเศษเสี้ยวความน่าสนใจ เพราะยังมีอาคารจัดแสดงอื่นๆ ที่น่าศึกษาค้นคว้าเรื่องราวในอดีตอีกไม่น้อย

            ใกล้ๆ กันเป็นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แหล่งประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ที่โดดเด่นด้านการเมือง ซึ่งมีหลายพื้นที่ได้รับการจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ เช่น ลานโพธิ์ เปรียบเหมือนสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 รวมถึงลานปรีดี, ตึกโดม และกำแพงวังหน้า เป็นต้น

           อีกหนึ่งสถานที่สำคัญซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกคือ พระบรมมหาราชวัง และมีวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้วอยู่ภายในบริเวณเดียวกัน ซึ่งวางแผนผังคล้ายคลึงกับพระบรมมหาราชวังในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีทั้งความงามวิจิตรของหมู่พระราชมณเฑียรและพระมหาปราสาท อาทิ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ฯลฯ และยังมีสถาปัตยกรรมที่งดงามของอาคารต่างๆ ซึ่งประกอบด้วยศิลปกรรม ประติมากรรม จิตรกรรมอันประณีตบรรจง เมื่อมาถึงแล้วควรจะถือโอกาสกราบนมัสการพระแก้วมรกต พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของกรุงเทพฯ ซึ่งประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถเพื่อความเป็นสิริมงคล

          เดินข้ามถนนจากพระบรมมหาราชวังไปไม่ไกลก็จะพบกับศาลหลักเมือง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งชาวไทย โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ให้ความเคารพนับถือมาก เนื่องจากเป็นที่ตั้งของอาคารยอดปรางค์ที่ภายในมีเสาหลักเมืองซึ่งบรรจุดวงเมืองอยู่ นอกจากนี้ยังมีหอเทพารักษ์ สถานที่ประดิษฐานเทพารักษ์ 5 องค์ ได้แก่ พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระกาฬไชยศรี เจ้าเจตคุปต์ และเจ้าหอกลอง ซึ่งเป็นเทพารักษ์ที่เชื่อกันว่าจะช่วยปกป้องคุ้มครองเมืองและสถาบันพระมหากษัตริย์ให้มั่นคง

   

           นอกจากสนามหลวงจะรายล้อมไปด้วยสถานที่สำคัญมากมายแล้ว ยังมีอาหารการกินที่น่าสนใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน นับตั้งแต่ถนนหน้าพระลานเรื่อยไปจนถึงท่าพระจันทร์ล้วนอุดมไปด้วยแหล่งของกินนานาชนิด แต่เพื่อให้สอดคล้องกับบรรยากาศคลาสสิกของย่านเก่าซึ่งเป็นอาคารสถาปัตยกรรมตะวันตกแบบบาร็อก จึงขอพาคุณผู้อ่านไปลิ้มรสขนมโบราณหากินยากที่การันตีความอร่อยได้ด้วยอายุการขายไม่ต่ำกว่า 20 ปี

           เริ่มต้นด้วยขนมฝักบัว รูปร่างกลมแบนสีเหลืองทอง ตรงกลางมีไส้ถั่วเหลือง ที่กำลังเดือดพล่านอยู่ในกระทะใบย่อม ขนมจากแผงใกล้ๆ ธนาคารออมสินที่ขายมานานเกือบ 20 ปี ตั้งแต่ 07.00-16.00 น. ทุกวันจันทร์-ศุกร์ ซึ่งให้รสชาติหวานมันของแป้งและถั่วเหลือง นอกจากนี้ยังมีซาลาเปาทอดและขนมไข่เต่าให้เลือกอีกด้วย ใกล้ๆ กันบริเวณหน้าร้านมิ่งหลี คุณป้าขายขนมแป้งจี่กำลังสาละวนกับการกลับขนมแป้งจี่ขนาดจิ๋วให้สุกเท่ากันทั้งสองด้าน เจ้านี้ขายมายาวนานเกือบ 30 ปี และเป็นขนมที่น่าจะถูกใจคนชอบกินมะพร้าว เพราะเขาไม่ห่วงเครื่อง จึงได้รสมันๆ หวานๆ กำลังดี

             ข้ามฝั่งไปบริเวณท่าช้างกันบ้าง ตั้งแต่ลานโล่งและทางเดินแถบนี้ ในช่วงเย็นเต็มไปด้วยสินค้าที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว แต่ที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษเห็นจะเป็นเชือกปอถักเป็นรูปสัตว์ต่างๆ เช่น มังกร งู ม้า เต่า ช้าง ฯลฯ ส่วนของกินก็มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งขนมจีนน้ำยาต่างๆ บะหมี่แห้ง กวยจั๊บ ผลไม้ตามฤดูกาล และน้ำผลไม้นานาชนิดให้ดื่มแก้กระหาย ส่วนของกินธรรมดาๆ ที่ชวนให้หยุดซื้อกลับเป็นลูกชิ้นขาวแดง กินกับน้ำจิ้มรสเผ็ด เปรี้ยว หวาน และสาคู-ข้าวเกรียบปากหม้อ ที่นอกจากจะมีไส้หวานแล้วยังมีไส้กุ้งอีกด้วย

             ถัดจากเมนูเรียกน้ำย่อยแนะให้เดินต่อไปยังท่าพระจันทร์ แหล่งรวมของกินที่มีให้เลือกไม่หวาดไม่ไหว เริ่มตั้งแต่ขนมใส่ไส้ ขนมกล้วย ขนมฟักทอง ขนมเทียน ขนมตะโก้ในห่อใบตองวางเรียงเต็มตะกร้า หน้าร้านไอศกรีมสเวนเซนส์ ที่ขายกันตั้งแต่ 11.00 เป็นต้นไป และขายมานานตั้งแต่ก่อนยุค 14 ตุลาฯ เมื่อเดินต่อไปจนถึงหัวมุมที่จะเลี้ยวไปทางท่าพระจันทร์ จะเห็นร้านปลาหมึกชุบแป้งทอด แต่ที่เราอยากแนะนำให้กินเป็นขนมน้ำดอกไม้ซึ่งวางขายคู่กัน เพราะสีหวานๆ ของขนมสอดรับกับรสหวานนุ่ม และเนื้อแป้งนิ่มละมุนมากทีเดียว

          เดินต่อไปจนถึงร้านขายราเมง จะเห็นแผงขนมฝรั่งกุฎีจีนที่ขายมานานกว่า 20 ปี ขนมโบราณตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรีชนิดนี้มีลักษณะใกล้เคียงกับขนมไข่ แต่แป้งด้านนอกกรอบเล็กน้อย รสหวานนุ่ม ปิดท้ายกันด้วยขนมเบื้องโบราณที่มีทั้งไส้หวาน ไส้เค็ม จากร้านใกล้ๆ ริมน้ำ เยื้องร้านท่าพระจันทร์ ซึ่งมีขนมไทยอื่นๆ อีกหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นขนมผิง ขนมกลีบลำดวน ข้าวตู ฯลฯ ให้เลือกอีกด้วย

           การได้เพลิดเพลินกับสถานที่แห่งประวัติศาสตร์ พร้อมทั้งลิ้มรสของอร่อยในท้องสนามหลวงและบริเวณใกล้เคียงคราวนี้ เป็นช่วงเวลาที่นอกจากได้อิ่มเอมกับบรรยากาศเก่าๆ แล้ว ยังทำให้เรารู้สึกประทับใจแบบครบถ้วนทั้ง “อิ่มท้อง อิ่มความรู้ และอิ่มอารมณ์” เลยทีเดียว

Home | Recipes | Street Cafe | Travel | Shopping | Happy Meal | Star Choice | Nutrition | Health Care
Tools & Tips | Events | Restaurant Guide | About Us | Contact Us | Subscribe | Search Restaurant
Moutain

Free Best Web Direcoty| Ladies Dress Cocktail Dress| Ladies Clothing| E-Commerce E-marketing| Travel information| News Franchising
Number of visitors :00437010
Any contents on this site are the properties of Gourmetthai.com
Copying, reprinting, or publishing in any format are prohibited.
Please contact info@gourmetthai.com for legal permission.