ยมจินดา เส้นทางสายวัฒนธรรม ขณะที่รถรากำลังบึ่งทะยานเชิดหน้าขึ้นสู่ยอดดอย เพื่อบรรทุกผู้โดยสารเต็มคันไปโต้ลมเย็นระรื่นของหน้าหนาวที่ใกล้จะมาถึง อีกฟากฝั่งของอ่าวไทย ฝรั่งหัวแดงต่างหลบลี้หนีภัยจากลมหนาวมาผึ่งกายอาบแดดกันเต็มหาด หาได้น้อยนักที่จะเห็นพี่ไทยมาลงเล่นน้ำอาบแดดกันในช่วงทะเลยามย่างเข้าหน้าหนาวเช่นนี้ จนทำให้เมืองริมหาดอย่าง ระยอง หงอยเหงาลงทันตา จะว่าไปแล้วก็เพราะธรรมเนียมปฎิบัติที่ว่า มาเมืองติดทะเลก็ต้องเล่นน้ำทะเล นี่แหละที่ทำให้เราๆ ท่านๆ มองข้ามบางส่วนบางตอนของเมืองริมหาดไปเสียหมด อย่างมาเที่ยวระยองนี้ หากถามสิบคน เก้าคนคงตอบว่าไปอาบแดดที่เกาะเสม็ด เล่นน้ำที่หาดแม่พิมพ์ แล้วก็ไม่พ้นหาดแม่รำพึง แต่ยามที่ลมหนาวพัดมาอย่างนี้ การได้ตื่นเช้าแล้วหยิบหนังสือเล่มโปรดมาพลิกอ่าน พร้อมจิบกาแฟอุ่นๆ รับลมเย็นริมแม่น้ำระยองบนถนนสายวัฒธรรมที่ชื่อ ยมจินดา ดูจะเป็นอีกสิ่งที่สมาชิกละเลียด (บรรยากาศ) ทัวร์ไม่ควรพลาด ชื่อถนนยมจินดาอาจฟังดูห่างเหิน แม้จะเคยมาระยองซ้ำแล้วซ้ำอีก ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่อาการผิดแปลกอะไร เพราะถนนสายนี้ถูกกลืนด้วยความเจริญของห้างร้านในเมือง ซ้ำยังซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบเชียบกลางหมู่ห้องแถวไม้เก่าอายุร่วมร้อยปีริมแม่น้ำระยอง แต่นี่ก็เป็นข้อดีที่ทำให้สองฟากถนนยมจินดาสามารถคงสภาพของเมืองระยองเดิมไว้ได้ สภาพเมืองเก่าแห่งนี้เริ่มเห็นเค้ารางได้ตั้งแต่ตึกสิงห์-กราย อาคารพาณิชย์หลังแรกใจกลางถนนสายวัฒนธรรม บ้านนี้มีคนอยู่ครับ...ไม่ได้เปิดให้เข้าชม แต่ถ้าอยากรู้เรื่องบ้านนี้ผมเล่าให้ฟังก็ได้นะครับ คุณพี่ที่ฟังจากสำเนียงระยองฮิแล้วน่าจะเป็นเจ้าถิ่นรีบตะโกนข้ามฟากถนนมาบอก เมื่อเห็นหมวยต่างถิ่นอย่างเรายืนจดๆ จ้องๆ อยู่หน้าตึก... ไม่ให้เข้าไปข้างในก็ไม่เป็นไร เพราะสองฟากถนนนี้ยังมีบ้านเก่ามากมายที่เปิดเป็นทั้งร้านค้า แกลเลอรี่ สตูดิโอ โรงเรียนสอนศิลปะ ให้ลูกหลานได้เรียนรู้เรื่องราวแห่งวันวาน และต้องขอบอกไว้ก่อนเลยว่าคุณลุงคุณป้าที่นี่เขาเปิดร้านกันด้วยใจจริงๆ ห่างจากตึกนี้ไปไม่กี่เสาไฟฟ้าก็เจออาคารสีขาวแบบชิโนโปรตุกีส มีลายปูนปั้นรูปดอกไม้สลักไว้บนจั่ว ชั้นล่างของตึกมีสตูดิโอเล็กๆ ของคุณลุงนิวัตร เปาอินทร์ ชื่อ ดาวินชี่แกลอรี่ ซึ่งถูกใช้เป็นห้องปฏิบัติการ ห้องแสดงภาพถ่าย และภาพวาดที่รวมเรื่องราวความเป็นมาของเมืองระยองถ่ายทอดผ่านสายตาเจ้าถิ่นอย่างคุณลุง ทั้งยังมีหนังสือเก่าๆ หายากให้ได้อ่านกันนับร้อยเล่ม และในบางวันบ้านปูนอายุอานามร่วม 80 ปีหลังนี้ก็ถูกดัดแปลงให้เป็นโรงเรียนขนาดย่อมสำหรับคนที่มีใจรักงานศิลป์ชนิดไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียนใดๆ พร้อมคำบรรยายประกอบการเรียนการสอนที่ว่า ถ้าคนเรามีใจรักศิลปะสักนิด บ้านเมืองก็คงสงบลงกว่านี้ ยืมชมภาพเพลินๆ ก็หันไปเห็นภาพวาดนับสิบติดอยู่เต็มฝาไม้ บานประตู และหน้าต่างของร้าน เขียนภาพแต่งบ้าน ที่อยู่ฟากตรงข้าม แต่ละภาพหากดูจากท่วงทำนองการลงสีที่หนักหน่วงก็คงประมาณได้ว่าจิตรกรกำลังอยู่ในอารมณ์ที่เข้าถึงในงานศิลป์อย่างเต็มที่ และยังไม่ทันที่จะเอ่ยปากถามว่าฝีแปรงนี้เป็นฝีมือผู้ใด ก็มีคำตอบดังมาจากข้างหลังพอให้ได้สะดุ้ง พี่อาจวาดภาพไม่สวยหรอก แต่ที่พี่กล้าเอาภาพมาขายเพราะพี่ใช้ใจรักงานศิลป์ของพี่ตวัดแปรง ฟังดูเท่านี้ก็รู้ได้แล้วว่าเจ้าของภาพเขารักงานศิลป์แค่ไหน หลังจากที่ตัดสินใจอยู่นานว่าจะเลือกภาพไหนกลับไปเป็นของกำนัลให้บ้านหลังใหม่ของเพื่อนฝูง พี่ตุ๋ย เจ้าของผลงานก็เสนอไอเดียเก๋ไก๋ว่า น้องไม่ต้องซื้อภาพพี่ไปให้เพื่อนหรอก น้องซื้อกรอบผ้าใบไปวาดเองดีกว่า ก็ได้แต่คิดในใจ จะดีเหรอพี่...มันได้เอาไปติดฝาห้องน้ำเป็นแน่ แต่เมื่อได้เห็นราคาขาตั้งไม้สีฟ้าพร้อมกรอบผ้าใบ 4 อัน แถมสี 7 กระปุก บวกพู่กันอีก 2 จานสีอีก 1 ในสนนราคา 250 บาท ก็ตัดสินใจได้เลยว่าขอยอมเหนื่อยหิ้วขาตั้งความสูงครึ่งลำตัวไปวาดต่อที่กรุงเทพฯ แน่นอน