เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
เป็นประเด็นที่สังคมไทยพูดกันมานานมาก คัดง้างกันอยู่ตลอดเวลา
ระหว่างกลุ่มที่โจมตีสุดฤทธิ์ว่าเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดการละเมิดศีล
5 ทำให้สังคมเสื่อมทราม กับอีกกลุ่มหนึ่งที่ถือเป็นเรื่องของศาสตร์และศิลป์ของการกิน-ดื่ม
ฉะนั้น
เพื่อให้ความสนุกในการดื่มของคุณๆ ไม่หายไป พร้อมทั้งเอาใจฝ่ายงดเหล้างดแอลกอฮอล์ด้วย
ผมจึงขอนำเสนอทางสายกลาง ด้วยการหันมาทำเครื่องดื่มม็อกเทล (Mocktail)
กันดีกว่า
ม็อกเทล
(Mocktail) เป็นเครื่องดื่มผสมที่ปราศจากแอลกอฮอล์
สามารถจัดเสิร์ฟให้กับคนในครอบครัวได้ทุกเพศ ทุกวัย ส่วนผสมของม็อกเทลส่วนใหญ่ก็คือน้ำผลไม้
โซดา น้ำเชื่อม ซอฟต์ดริงก์ต่างๆ ซึ่งมักลอกเลียนแบบมาจากสูตรดั้งเดิมของค็อกเทล
เพียงแต่ไม่ผสมแอลกอฮอล์ลงไปเท่านั้น
สำหรับหลักในการผสมม็อกเทลก็คล้ายคลึงกับค็อกเทล
ซึ่งถ้าคุณคิดจะจัดม็อกเทลปาร์ตี้ที่บ้านแล้วล่ะก็ ภาชนะ อุปกรณ์
และสิ่งที่ต้องเตรียม มีดังนี้ครับ
แก้ว
แก้วสำหรับใส่เครื่องดื่มม็อกเทลจะใช้ชนิดเดียวกับที่ใส่เครื่องดื่มค็อกเทล
โดยแก้วสามัญที่ควรมีไว้ประจำบ้าน คือ
-
แก้วมีก้าน (Stemware Glass) ขนาด 11 ออนซ์ ควรมีไว้
2 ชนิดคือ แก้วไวน์ และแก้วแชมเปญ
- แก้วไฮบอล
(High Ball Glass) ขนาด 8-10 ออนซ์ เป็นแก้วทรงสูงรูปทรงมาตรฐาน
สามารถใช้กับเครื่องดื่มที่หลากหลาย เช่น น้ำ โซดา และเครื่องดื่มผสม
-
แก้วโลว์บอลคลาสสิก (Low Ball Classic) หรือเรียกว่า
Rock Glass ซึ่งปกติเป็นแก้วสำหรับใส่น้ำแข็งก้อน แล้วราดด้วยเหล้าเพียงอย่างเดียวเพียวๆ
หรือค็อกเทลที่มีส่วนผสมน้อยๆ
- แก้วมาร์ตินี่หรือแก้วค็อกเทลคลาสสิก
(Classic Cocktail or Martini Glass) ขนาด 4-6 ออนซ์
ลักษณะก้นแหลม ปากบานออก แก้วแบบนี้เป็นแก้วที่มีรูปทรงสวย สามารถจัดตกแต่งได้หลากหลายสไตล์
ข้อควรจำ
ในการเลือกซื้อแก้วก็คือ ควรเลือกซื้อแก้วเนื้อบางใส ไม่มีสี
ไม่มีลอนคลื่น ไม่มีตามดแทรกอยู่ในเนื้อแก้ว
อุปกรณ์ในการผสมม็อกเทล
เชกเกอร์ (Shaker) เป็นเครื่องมือที่ใช้ผสมส่วนผสมของเครื่องดื่มให้เข้ากันได้ดี
เชกเกอร์ที่นิยมใช้แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ Traditional Shaker
และ Boston Shaker
- Traditional Shaker
หรือ Cobbler Shaker เป็นเชกเกอร์แบบดั้งเดิม มีส่วนประกอบ 3
ส่วน ได้แก่ กระบอกโลหะ ฝาครอบโลหะ และจุกปิดทางออกของเครื่องดื่มติดอยู่ที่ฝาครอบ
ซึ่งมีที่กรองในตัวเพื่อกั้นไม่ให้น้ำแข็งหลุดออกมา
วิธีการใช้ก็ง่าย ไม่ซับซ้อน เพียงใส่ส่วนผสมลงในกระบอกโลหะ
ปิดฝา เขย่า แล้วเปิดจุก เทเครื่องดื่มใส่ภาชนะก็เป็นอันเสร็จ
แต่ข้อเสียก็คือต้องใช้เวลารอเพื่อจะเทเครื่องดื่มออกจากกระบอก
เนื่องจากทางออกค่อนข้างเล็กและมีที่กรองกั้นอยู่ จึงเหมาะสำหรับใช้ในบ้านมากกว่าจะใช้ในผับหรือบาร์
- Boston Shaker มีส่วนประกอบ
2 ส่วน คือ กระบอกโลหะ และกระบอกแก้ว วิธีการใช้ก็คือนำส่วนผสมทั้งหมดใส่ลงในกระบอกโลหะ
จากนั้นใช้กระบอกแก้วครอบที่ปากของกระบอกโลหะให้แน่นแล้วเขย่าจนกระทั่งส่วนผสมเข้ากันดี
จึงดึงกระบอกแก้วออก แล้วเทเครื่องดื่มลงในภาชนะ หรือในกรณีที่ต้องการแยกน้ำแข็งออกก็ให้เทผ่านที่กรอง
(Cocktail Strainer) เชกเกอร์ชนิดนี้เป็นที่นิยมใช้ในผับ บาร์
เพราะใช้สะดวกและสามารถทำเครื่องดื่มจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว
ที่กรอง (Cocktail Strainer) ใช้สำหรับแยกน้ำแข็งออกจากเครื่องดื่มหลังจากเขย่าด้วย
Boston Shaker แล้ว แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
- Hawthorne Strainer เป็นที่กรองซึ่งใช้กันโดยทั่วไป
มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะกลมแบนเจาะรู มีด้ามจับ มีขดลวดขดโดยรอบขอบของแผ่นโลหะสำหรับกักเฉพาะก้อนน้ำแข็งใหญ่
แต่ปล่อยให้เยื่อผลไม้ผ่านลงไปพร้อมกับเครื่องดื่มได้ ขนาดและรูปร่างพอเหมาะพอดีกับปากกระบอกโลหะของ
Boston Shaker
- Julep Strainer เป็นที่กรองที่อาจจะไม่เห็นกันบ่อยนัก
ลักษณะคล้ายช้อนขนาดใหญ่ เจาะรูหลายๆ รู และมักจะพอดีกับปากกระบอกแก้วของ
Boston Shaker
ที่วัดปริมาตรของเหลว
ในการผสมเครื่องดื่มม็อกเทลหรือค็อกเทลส่วนใหญ่นิยมผสมสำหรับ
1-2 ที่ ส่วนผสมที่ใช้แต่ละอย่างจึงมีปริมาณไม่มากนัก หากตวงปริมาตรผิดพลาดจะทำให้รสชาติผิดเพี้ยนไป
จึงจำเป็นต้องใช้เครื่องมือเฉพาะเพื่อใช้วัดปริมาตร โดยเน้นที่ความแม่นยำ
สะดวก และรวดเร็ว สำหรับที่วัดปริมาตรของเหลวที่ใช้สำหรับเครื่องดื่มผสม
คือ
- จิกเกอร์ (Jigger)
เป็นกระบอกตวงของเหลวที่มีรูปร่างเป็นโคน 2 ชิ้นที่มีส่วนฐานติดกัน
ปลายข้างหนึ่งมีขนาดใหญ่ สำหรับบรรจุของเหลวปริมาตร 1 ? ออนซ์
ในขณะที่ปลายอีกด้านหนึ่ง มีขนาดบรรจุ 1 ออนซ์
-
ช้อนตวง ใช้สำหรับตวงปริมาณส่วนผสมของเหลวหรือของแห้ง
ซึ่งควรมีไว้ใช้ตั้งแต่ขนาดใหญ่ 1 ช้อนโต๊ะจนถึงขนาดเล็ก 1/32
ช้อนชา (1 Smidgen)
-
มัดเลอร์ (Muddler) เป็นเครื่องมือที่ใช้บดสกัดกลิ่นสมุนไพรในสูตรเครื่องดื่ม
หรือใช้บดผสมส่วนผสมของน้ำตาล ผลไม้ เครื่องเทศ สมุนไพร ที่มีในสูตรให้เข้ากัน
มักทำจากไม้ (แต่ก็มีบ้างที่ทำจากเหล็กปลอดสนิม) เหลาเป็นแท่งยาว
ส่วนปลายมีลักษณะมนกลมสำหรับบด
- เครื่องมืออื่นๆ
ส่วนใหญ่จะมีอยู่ในครัวกันแล้ว ได้แก่ ที่เปิดกระป๋อง ที่เปิดขวด
เขียง มีด สำหรับหั่นผลไม้เพื่อการตกแต่ง กระติกน้ำแข็ง ที่ทุบน้ำแข็ง
ที่ตักน้ำแข็ง ที่คีบน้ำแข็ง เครื่องปั่นผสม (Blender) หลอด
ไม้คน
ของตกแต่งเพื่อความสวยงาม
แม้คุณจะทำม็อกเทลดื่มเองที่บ้าน แต่ก็ควรมีการจัดแต่งให้สวยงามสักหน่อย
เพื่อช่วยเพิ่มสีสันให้งานปาร์ตี้ของคุณครึกครื้น ซึ่งของตกแต่งเครื่องดื่มม็อกเทลแบ่งได้
2 ประเภท คือ ประเภทที่กินได้และกินไม่ได้ ดังนี้
- ของตกแต่งที่กินได้ ได้แก่ แท่งแครอต แท่งเซเลรี
(ใช้แทนแท่งคน) ผลเชอร์รี่ อบเชยป่น มะนาว สะระแหน่ ลูกจันทน์ป่น
ผลส้ม สับปะรด สตรอว์เบอร์รี่ แตงโม เกลือหยาบ (สำหรับแต่งขอบแก้ว
Margarita Mocktail) น้ำตาลทราย หรืออาจเป็น Cocktail Olive
หรือ Cocktail Onion
ข้อควรระวังในการใช้ผลไม้
เช่น ส้ม มะนาว เลมอน แตงโม หรือสับปะรด ในการตกแต่งแก้วม็อกเทลก็คือควรใช้เป็นผลไม้สด
อย่าใช้ผลไม้กระป๋อง เพราะน้ำเชื่อมในตัวผลไม้จะไหลออกมาเลอะแก้ว
นอกจากนี้จะต้องล้างผลไม้ให้สะอาด โดยเฉพาะส้ม มะนาว เลมอน ที่ต้องใช้ส่วนเปลือกในการตกแต่ง
หรือใส่ลงในแก้วเครื่องดื่ม
- ของตกแต่งที่กินไม่ได้ เช่น
เทียน ร่มกระดาษ ธง หลอดหลากสี แท่งไม้หรือแท่งพลาสติกสำหรับคนเครื่องดื่ม
ก่อนจบผมขอแถมสูตรเครื่องดื่มม็อกเทลง่ายๆ
สัก 2-3 สูตรให้คุณไปลองทำที่บ้าน เผื่อเมื่อใดที่คุณคิดจะจัดงานปาร์ตี้ม็อกเทล
ก็จะได้มีพร้อมทั้งสูตรและเครื่องมือ
คราวนี้เราก็จะได้เมา (มัน) กันอย่างมีคุณภาพเสียทีครับ...Cheers!!!
|