แถวบ้านผมก็มีรถเข็นขายบะหมี่หมูแดงแสนอร่อยอยู่เจ้าหนึ่ง
เปิดให้บริการประมาณ 1 ทุ่มตรง ขับรถผ่านไปทีไรจะเห็นคนมายืนรอคิวซื้อกันคนละ
5 ห่อ 10 ห่อ คนขับรถเก๋งบางคนอดรนทนไม่ไหว ต้องจอดรถลงไปซื้อกันเลยทีเดียว
(แต่ขอโทษ มักเจอคนมักง่ายจอดรถในที่ที่ไม่ควรจอด สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น
เพียงเพื่อให้ตัวเองอร่อยลิ้น!)
ถ้าให้พูดถึงความอร่อยของก๋วยเตี๋ยวเจ้านี้ว่าอร่อยตรงไหน?
ก็คงจะอยู่ที่การลวกบะหมี่ของลุงเจ้าของร้าน ที่ลวกได้นุ่มเหนียวพอดิบพอดี
(เคล็ดลับที่ผมแอบมองก็คือ ลวกในน้ำร้อนแล้วมาแช่ในน้ำเย็น แล้วกลับไปลวกน้ำร้อนอีกครั้ง)
นอกจากนี้ยังมีกากหมูกระเทียมเจียวที่แสนอร่อย หมูแดงรสชาติเยี่ยม
ที่พิเศษคือมีไข่ต้มด้วย และอีกสิ่งหนึ่งซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ ขาดไม่ได้สำหรับบะหมี่หมูแดงหรือก๋วยเตี๋ยวโดยทั่วๆ
ไปก็คือเรื่องน้ำซุป น้ำซุปของลุงหอมอร่อย รสชาติเข้มข้น คนติดใจกันเพียบ
สั่งบะหมี่แห้งก็ต้องขอน้ำซุปเสริม
ทีนี้เรื่องราวมันก็มาเอวัง
เพราะวันหนึ่งผมกลับมาจากทำงานเร็วกว่าปกติ ประมาณสัก 5 โมงเย็น
อาบน้ำอาบท่าเสร็จก็อาสาภรรยาว่าวันนี้จะออกไปซื้อบะหมี่หมูแดงมาให้กิน
สั่งกันเสร็จสรรพ บะหมี่น้ำ 2 บะหมี่แห้ง 2 แล้วก็เดินจากที่พักข้ามถนนไปที่รถเข็นก๋วยเตี๋ยว
เห็นลุงกำลังจัดร้าน ผมก็ไปนั่งรอ ช่วงที่รอบังเอิญสายตาสอดส่ายไปเห็นกรรมวิธีการปรุงน้ำซุปของลุง
ใส่โน่น ใส่นี่ และ... ใส่ผงบางอย่างซึ่งไม่ใช่น้ำตาล ไม่ใช่เกลือ
(เพราะแอบลุกไปดูใกล้ๆ และดูจนแน่ใจแล้วว่าเป็นอะไร) ตักแบบเต็มกระบวยตักน้ำแกง
1 กระบวยก็แล้ว 2 กระบวยก็แล้ว ก็ยังไม่หยุดครับ
ไอ้ครั้นเราจะเดินผละหนีไปไม่ซื้อก็ดูจะไร้เหตุผล
จึงต้องนั่งรอต่อ พอลุงจัดร้านเสร็จ หันมาถามว่าจะสั่งอะไร ผมก็เลยบอกไปว่า
บะหมี่แห้ง 4 ถุงครับ
จากวันนั้นผมก็ถึงบางอ้อว่าทำไมน้ำซุปของก๋วยเตี๋ยวนอกบ้านมันถึงเอร็ดอร่อยทุกเจ้า
ก็เพราะมันเป็นรสชาติที่ปรุงแต่งด้วยสารแห่งความอร่อยที่เป็นพิมพ์นิยมจริงๆ
ยิ่งเจ้าไหนอร่อยมาก กินเสร็จแล้วคอจะแห้งผากเป็นประจำ
ผมจึงลุกขึ้นมาชักชวนคุณแม่บ้านว่า
ต่อไปนี้เรามาทำก๋วยเตี๋ยวกินกันเองเถอะ โดยเฉพาะน้ำซุป ขอลองต้มเองดูสักทีซิว่ารสชาติอร่อยแบบธรรมชาติมันเป็นอย่างไรกัน?
นี่ก็คือที่มาของการออกไปเลือกซื้อหม้อต้มน้ำซุปในวันนี้ครับ...
หม้อต้มซุป
ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Stockpot เป็นหม้อที่มีขนาดใหญ่กว่าหม้อสำหรับปรุงอาหาร
เนื่องจากจะต้องใช้บรรจุกระดูกสัตว์ ผัก และเครื่องปรุงในปริมาณมาก
เพื่อต้มกลั่นออกมาเป็นน้ำซุปรสโอชะ หม้อต้มซุปมีหลายขนาด ตั้งแต่บรรจุได้
6 ควอร์ตจนถึง 20 ควอร์ต (1 ควอร์ตเท่ากับ 1.136 ลิตร) ใช้ได้ไม่เฉพาะต้มน้ำซุป
แต่ใช้เป็นภาชนะลวกเส้นพาสตา ทำซุปข้น ซุปใส ปริมาณมากๆ หรือจะใช้ต้มปูต้มหอยก็ได้
เลือกหม้อต้มซุปใช้เอง
-
รูปร่าง หม้อต้มซุปควรมีฐานกลม ทรงสูง ส่วนก้นหม้อควรหนากว่าด้านข้าง
เพื่อรองรับน้ำหนักของกระดูกและส่วนผสมต่างๆ รวมถึงป้องกันการติดก้นและการไหม้ที่อาจเกิดขึ้นได้
-
ขนาด หม้อต้มน้ำซุปสำหรับครัวเรือนไม่ควรมีขนาดสูงหรือใหญ่เกินไป
เพราะส่วนใหญ่ในครัวเรือนเราจะใช้เตาแก๊สที่มีความสูงประมาณเอว
ถ้าหม้อต้มน้ำซุปสูงและใหญ่มาก จะทำให้เกิดความลำบากในการดูน้ำซุปภายใน
รวมถึงยกขึ้นยกลงไม่สะดวก
-
ปริมาตรบรรจุ อยู่ระหว่าง 6-12 ควอร์ต
-
วัสดุ ควรทำจากวัสดุที่นำความร้อนได้ดี ทนทาน ไม่แตกหักง่าย
เก็บความร้อนได้นาน เช่น โลหะอะลูมิเนียม หรือเหล็กเคลือบอะลูมิเนียม
อย่างไรก็ตาม หม้ออะลูมิเนียมก็มีข้อด้อยนิดหนึ่งตรงที่ว่า อาจเกิดการเปลี่ยนสีถ้าในส่วนผสมของน้ำซุปมีอาหารที่มีกรดสูง
เช่น ไวน์ หรือมะเขือเทศ จึงอาจเลือกใช้หม้อที่ทำจากวัสดุเคลือบสารกันติด
หรือทำจากวัสดุ Anodized Aluminium (เหล็กอะลูมิเนียมที่ผ่านกระบวนการทางเคมี
ทำให้มีความแข็งแรงทนทานมากขึ้น)
-
ฝาปิด หม้อต้มซุปควรมีฝาปิดสนิทเพื่อเก็บกักความร้อนให้อวลอยู่ภายในหม้อ
ซึ่งจะทำให้สามารถสกัดกลิ่นและรสชาติของน้ำซุปออกมาจากส่วนผสมต่างๆ
ได้ดี
-
หูจับ แน่นหนา แข็งแรง ถูกออกแบบมาให้จับได้มั่น ถนัดมือ
และรับน้ำหนักได้มาก
สูตรน้ำซุป
เมื่อได้หม้อมาแล้ว
คราวนี้ก็มาถึงของที่เราจะนำไปใส่ในหม้อ จริงๆ สูตรของน้ำซุปคุณผู้อ่านก็คงหาได้มากมายจากในหนังสือและอินเทอร์เน็ต
แต่สูตรที่ผมจะมาบอกในวันนี้เป็นสูตรบ้านๆ ของผมเอง มีเครื่องปรุงไม่มาก
และได้ทดลองทำมาแล้วว่าอร่อยใช้ได้
-
น้ำซุปไก่แบบฝรั่ง (สูตรนี้กลิ่นรสคล้ายซุปไก่ก้อน
แต่ความหอมและความกลมกล่อมแจ๋วกว่ากันเยอะ)
ส่วนผสม : โครงไก่
2-3 โครง มันฝรั่ง 2 หัว แครอต 2 หัว หอมใหญ่ 1 หัว เซเลรี 2-3
ก้าน เมล็ดพริกไทยดำ กระเทียมบุบ ใบเบย์ (Bay Leaves) 3-5 ใบ
เกลือป่นเล็กน้อย
วิธีทำ : เติมน้ำให้ท่วมส่วนผสมทั้งหมด
ตั้งไฟจนเดือดแล้วหรี่ไฟอ่อน ตุ๋นนานประมาณ 2 ชั่วโมง คอยช้อนฟองออกเป็นระยะ
น้ำซุปกระดูกหมูหรือกระดูกไก่
(ใช้สำหรับทำน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวหมู ก๋วยเตี๋ยวไก่)
ส่วนผสม : กระดูกหมูเอียวเล้งและคาตั๊ง
(หรือโครงไก่) ?-1 กิโลกรัม หัวไช้เท้าหั่นเป็นแว่นหนาประมาณ
1 หัว รากผักชี กระเทียมบุบ พริกไทยบุบ เกลือเล็กน้อย
วิธีทำ : เติมน้ำให้ท่วม
ตั้งไฟพอเดือดแล้วหรี่ไฟอ่อน ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวและน้ำตาลกรวด
(ไม่ต้องใส่มาก ชิมให้หวานปะแล่ม ๆ ก็พอ เนื่องจากน้ำซุปได้ความหวานจากน้ำต้มกระดูกอยู่แล้ว)
เคล็ดลับการต้มน้ำซุป
-
กระดูกหมู โครงไก่ หรือผักที่จะนำมาใช้ต้องสดจริงๆ
-
ต้องล้างกระดูกให้สะอาด หมดเลือด (บางสูตรเขาจะนำน้ำร้อนลวกกระดูก
แล้วเทน้ำร้อนนั้นทิ้งไปก่อนที่จะนำกระดูกไปต้ม)
-
การต้มน้ำซุปให้ใสมี 2 วิธี คือ
*
ใส่ของทั้งหมดลงในหม้อ เติมน้ำให้ท่วมแล้วตั้งไฟ เปิดไฟแรงจนกระทั่งน้ำเริ่มเดือดก็ให้หรี่ไฟให้อ่อนที่สุดทันทีเพื่อไม่ให้น้ำซุปเดือดพล่าน
คอยช้อนฟองออกเป็นระยะๆ
*
ต้มน้ำให้เดือดจัดๆ ใส่ส่วนผสมทุกอย่างลงไป พอให้น้ำเดือดอีกครั้งแล้วให้หรี่ไฟอ่อนที่สุด
คอยช้อนฟองออกเป็นระยะ
-
ระยะเวลาในการเคี่ยวน้ำซุปประมาณ 1-2 ชั่วโมง
-
ขณะต้มน้ำซุปอย่าคนบ่อย เพราะน้ำซุปจะขุ่น
-
เมื่อต้มน้ำซุปได้ที่ให้กรองน้ำซุปด้วยตะแกรง โดยใช้ผ้าขาวบางวางใต้ตะแกรงอีกชั้นหนึ่ง
-
สำหรับไขมันที่ลอยหน้าสามารถช้อนออกได้ขณะน้ำซุปร้อน หรือตักออกหลังจากที่แช่เย็นแล้ว
-
น้ำซุปที่ได้สามารถแบ่งเก็บในกล่องพลาสติกในปริมาณพอใช้ แช่ไว้ในช่องแช่แข็งได้นานถึง
6 เดือน
ที่บ้านผมทุกวันนี้จึงมีน้ำซุปโฮมเมดเก็บไว้ใช้ตลอด
เพราะแม่บ้านของผมจะทำปริมาณมากๆ แล้วแบ่งใส่กล่องเก็บไว้ในช่องแช่แข็ง
พอจะทำก๋วยเตี๋ยวกินที ก็หยิบมากล่องหนึ่ง จะทำน้ำแกง ไข่ตุ๋น
ทำน้ำราดหน้า ก็แบ่งหยิบมาใช้ พอจะหมดก็มาต้มกันใหม่ ปัจจุบันผมจึงได้สัมผัสรสชาติของน้ำซุปที่ได้จากเครื่องปรุงธรรมชาติอย่างแท้จริง
ความรู้สึกแม้จะไม่เด็ดสะระตี่เหมือนก๋วยเตี๋ยวที่ร้าน แต่ได้ความรู้สึกกลมกล่อม
อร่อยแบบลุ่มลึก...
ถ้าเปรียบเป็นผู้หญิงก็สวยธรรมชาติ
ผิวเนียนสวย แก้มแดงเลือดฝาด อะไรทำนองนั้นแหละครับ
|