ต้องกราบขออภัยกองบรรณาธิการจริงๆ
ครับที่ส่งงานช้า และขออภัยภรรยาสุดเลิฟที่ทำให้เข้าใจผิด แต่หัวข้อเรื่องในฉบับนี้ซึ่งดูเหมือนจะเป็นของใช้ธรรมดาในครัวที่เราท่านคุ้นเคย
กลับมีประเด็นที่ชวนพินิจพิจารณาและมีรายละเอียดที่น่าสนใจไม่น้อย
โดยเฉพาะในเรื่องเกี่ยวกับความปลอดภัยต่อสุขภาพของพวกเราซึ่งเป็น
ผู้บริโภค
ฟิล์ม
ฟอยล์ โฟม เป็นบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารที่ใกล้ชิดกับชีวิตเราค่อนข้างมาก
มีประโยชน์ในแง่การรักษาคุณภาพของอาหารทั้งก่อนและหลังการปรุงให้ปลอดภัยจากปัจจัยหรือสภาพแวดล้อมที่จะทำให้คุณภาพของอาหารลดลง
นอกจากนี้ยังเพิ่มความสะดวกสบายในการจัดเก็บ และเอื้ออำนวยในการจัดผลิตภัณฑ์ให้ดูสวยงามอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม
สิ่งใดที่มากด้วยประโยชน์ก็มักจะมีจุดบอดที่ควรต้องระมัดระวัง
เนื่องจากบรรจุภัณฑ์ทั้ง 3 ประเภทนี้ทำขึ้นจากวัสดุสังเคราะห์
จึงมีความเป็นไปได้ที่สารเคมีจะเข้าไปปนเปื้อนกับผลิตภัณฑ์อาหาร
โดยสาเหตุอาจเกิดจากขั้นตอนของผู้ผลิต ซึ่งผลิตสินค้าไม่ได้มาตรฐาน
มาจนถึงผู้บริโภคซึ่งนำไปใช้ผิดประเภท
ในแง่ของผู้ผลิตคงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงาน
กรม กอง ที่เกี่ยวข้องดูแลรับผิดชอบกันไป ส่วนเราผู้บริโภคนั้น
แม้จะมีหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นเพื่อคุ้มครองพวกเรา แต่ในท้ายที่สุด
อัตตาหิ อัตตาโน นาโถ ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน อารัมภบทมานาน
มาเริ่มเรื่องที่เราจะพูดคุยกันในวันนี้เลยดีกว่า
ฟิล์มยืด (Stretch Film)
ฟิล์มยืดเป็นฟิล์มพลาสติกที่นิยมใช้มากในการห่ออาหาร
โดยชนิดของพลาสติกที่นำมาผลิตจะแตกต่างกันไปในแต่ละยี่ห้อ ทำให้ฟิล์มยืดมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไปด้วย
เช่น ถ้าเป็นฟิล์มยืด PVC จะมีคุณสมบัติที่ยอมให้ไอน้ำและออกซิเจนผ่านได้
จึงเหมาะกับการบรรจุอาหารสดจำพวกเนื้อสัตว์และปลาเพื่อเก็บรักษาความสดของอาหารไว้
ส่วนฟิล์มยืด PE มีคุณสมบัติไอน้ำซึมผ่านได้น้อย แต่ก๊าซซึมผ่านได้ดี
หรือถ้าเป็นฟิล์มยืด PVDC ก็จะมีคุณสมบัติที่ให้ทั้งก๊าซและไอน้ำซึมผ่านได้ดี
และทนอุณหภูมิสูงได้ เป็นต้น
สิ่งที่น่าเป็นกังวลสำหรับการใช้ฟิล์มยืดก็คือ
สารเคมีที่อาจหลุดออกมาปนเปื้อนกับอาหาร โดยเฉพาะสารพวกพลาสติไซเซอร์
(Plasticizer) ที่ผสมเข้าไปในกระบวนการผลิตเพื่อทำให้พลาสติกอ่อนตัว
ซึ่งสารบางตัวอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้บริโภคเมื่อสะสมอยู่ในร่างกายถึงปริมาณหนึ่ง
สารเหล่านี้จะหลุดออกมาในปริมาณมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณความร้อนที่ได้รับ
รวมถึงปริมาณไขมันในอาหารที่มีอยู่ ยิ่งร้อนมากหรือยิ่งมีไขมันมาก
ก็ยิ่งจะละลายออกมาได้มาก
ในหลายประเทศทั้งสหรัฐอเมริกาและประเทศในประชาคมยุโรปได้มีการออกกฎหมายควบคุมชนิดและปริมาณสารที่ถ่ายเทจากพลาสติกออกมาปนเปื้อนในอาหาร
เช่น มาตรฐานของ EU กำหนดค่าปริมาณการถ่ายเทสาร (Global Migration)
ของพลาสติกที่สัมผัสกับอาหารไว้ที่ 10 mg/dm2 เป็นต้น
แม้จะฟังดูแล้วยากยิ่งนักสำหรับผู้บริโภคที่จะรู้ว่าสารเหล่านี้ปนเปื้อนอยู่ในอาหารมากหรือน้อย
แต่เราก็พอจะมีวิธีการป้องกันตัวง่ายๆ
ใช้ฟิล์มยืดให้ปลอดภัย
1. ห้ามใช้ห่ออาหารเพื่อนำเข้าเตาอบ เนื่องจากความร้อนจะละลายสารเคมีจากพลาสติกออกมาปนเปื้อนกับอาหาร
2. ถ้าจะห่ออาหารเพื่อนำไปอุ่น ละลายน้ำแข็ง
หรือทำให้สุกในเตาไมโครเวฟ ต้องเลือกใช้ฟิล์มชนิดที่ใช้กับเตาไมโครเวฟเท่านั้น
3. ถ้าจะห่ออาหารประเภทไขมัน ให้ใช้ฟิล์มยืดชนิดที่ใช้กับไขมันได้เท่านั้น
4. ไม่นำฟิล์มยืดที่ใช้แล้วกลับมาใช้ซ้ำ เนื่องจากพลาสติกมีการเสื่อมสภาพไป
ทำให้สารเคมีหลุดออกมาได้มากขึ้นด้วย
5. ไม่ซื้ออาหารจำพวกเนยแข็งหรืออาหารที่มีไขมันซึ่งห่อด้วยฟิล์มยืด
เพราะสารเคมีในพลาสติกแบบนี้สามารถละลายได้ในไขมัน
อะลูมิเนียมฟอยล์
อะลูมิเนียมฟอยล์ทำจากโลหะอะลูมิเนียมซึ่งถูกนำมาหลอมและรีดให้เป็นแผ่นบาง
เป็นบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรักษาความสดของอาหาร ป้องกันการสูญเสียน้ำ
การซึมผ่านของไขมันและน้ำมันได้ดี นอกจากนี้ยังป้องกันอากาศภายนอกหรือกลิ่นแปลกปลอมเข้าไปสัมผัสกับอาหารด้วย
จึงนิยมนำมาใช้ห่ออาหารเพื่อเก็บไว้ในตู้เย็น ห่อแซนด์วิชและอาหารสำหรับการไปปิกนิก
รวมถึงห่ออาหารเพื่อนำเข้าอบหรือย่างด้วย
ม้วนอะลูมิเนียมฟอยล์ม้วนที่ขายในท้องตลาดมักจะมีด้านหนึ่งเป็นลักษณะด้าน
ในขณะที่อีกด้านหนึ่งมันเงา หลายคนคงเคยสงสัยว่าควรใช้ด้านไหนห่อหุ้มอาหารกันแน่?
จริงๆ
แล้วคุณจะใช้ด้านใดก็ได้ เพราะคุณสมบัติของแผ่นอะลูมิเนียมทั้งสองด้านเหมือนกันทุกประการ
แต่ลักษณะพื้นผิวที่แตกต่างกันนั้นเกิดขึ้นจากกระบวนการผลิต
เพราะในการผลิตอะลูมิเนียมฟอยล์ที่มีความหนาน้อยกว่า 0.005 นิ้วนี้จะใช้แผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์
2 แผ่นประกบกัน แล้วเข้าเครื่องรีดพร้อมกันเพื่อป้องกันการฉีกขาด
เมื่อแผ่นฟอยล์ออกมาจากเครื่องรีด ด้านที่สัมผัสกับลูกกลิ้งก็จะมีผิวหน้ามันเงา
ในขณะที่ด้านที่ไม่สัมผัสกับลูกกลิ้งมีผิวด้านนั่นเอง อย่างไรก็ตาม
ถ้าเป็นอะลูมิเนียมฟอยล์ชนิด Non-Stick Aluminum Foil ซึ่งจะมีสารเคลือบไว้ที่ผิวด้านหนึ่ง
ในการห่ออาหารให้ใช้ด้านที่มีสารเคลือบนั้นอยู่ด้านใน
ในการนำอะลูมิเนียมฟอยล์มาห่ออาหารแล้วนำไปผ่านความร้อน
แผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์อาจเปลี่ยนเป็นสีดำ ทั้งนี้เนื่องจากไอน้ำที่เกิดขึ้นในการปรุงอาหารเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาระหว่างออกซิเจนกับอะลูมิเนียมให้กลายเป็นอะลูมิเนียมออกไซด์
ซึ่งไม่ต้องตกใจ เพราะสารชนิดนี้ไม่มีอันตรายแต่อย่างใด
นอกจากนี้อะลูมิเนียมฟอยล์ยังอาจทำปฏิกิริยากับโลหะบางชนิด
เช่น โลหะเงิน เหล็ก หรือกับส่วนประกอบในอาหาร เช่น เกลือ น้ำส้มสายชู
อาหารที่มีกรดสูง ทำให้แผ่นอะลูมิเนียมเกิดเป็นรูขึ้นมา และอาจมีเกลืออะลูมิเนียมสีดำติดกับตัวอาหารได้
สารสีดำนี้ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่อาจจะทำให้อาหารดูไม่สวยงาม
จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้อะลูมิเนียมฟอยล์กับโลหะและส่วนประกอบอาหารเหล่านี้
สำหรับเรื่องการใช้อะลูมิเนียมฟอยล์กับเตาไมโครเวฟนั้น
โดยทั่วไปจะมีคำแนะนำไม่ให้นำอาหารที่บรรจุอะลูมิเนียมฟอยล์เข้าเตาไมโครเวฟ
เนื่องจากคลื่นไมโครเวฟเมื่อกระทบกับภาชนะโลหะจะเกิดการสะท้อนกลับหมด
ทำให้คลื่นไม่สามารถผ่านเข้าไปได้ อาหารที่ต้องการปรุงจะไม่สุก
และหลอดแมกนีตรอนซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดคลื่นไมโครเวฟก็จะเกิดความเสียหายด้วย
อย่างไรก็ตาม
เราสามารถใช้อะลูมิเนียมฟอยล์ชิ้นเล็กๆ ห่อหุ้มอาหารตรงบริเวณที่มีความหนาน้อยกว่าส่วนอื่นๆ
เช่น หางปลา ปีกไก่ เพื่อป้องกันการสุกมากเกินไปได้ โดยมีข้อแนะนำในการใช้ฟอยล์กับเตาไมโครเวฟจาก
USDA (United States Department of Agriculture Food Safety
and Inspection Service) ดังนี้
1. ใช้อะลูมิเนียมฟอยล์ใหม่จากม้วน
อย่าใช้ชิ้นที่ใช้แล้วซึ่งมีรอยยับย่นมาก เพราะมีโอกาสที่จะทำให้เกิดประกายไฟได้สูง
2. ใช้อะลูมิเนียมฟอยล์ปกคลุมไม่เกิน
? ส่วนของชิ้นอาหาร
3. หุ้มแผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์ให้แนบไปกับรูปทรงของอาหาร
โดยไม่ให้มีชิ้นส่วนที่ยื่นหรือหักเป็นมุม
4. วางส่วนที่หุ้มอะลูมิเนียมฟอยล์ให้ห่างจากผนังเตาไมโครเวฟอย่างน้อย
1 นิ้ว
5. ถ้าเห็นมีประกายไฟเกิดขึ้นให้ดึงอะลูมิเนียมฟอยล์ออกทันที
ภาชนะบรรจุอาหารที่ทำจากโฟม
ถาดโฟมบรรจุอาหารเป็นภาชนะที่มีน้ำหนักเบา
มีความยืดหยุ่นพอสมควร ราคาถูก ภายในเนื้อเป็นรูฟองอากาศคล้ายฟองน้ำ
ผลิตจากเม็ดพลาสติก PS (Polystyrene) ผ่านการเป่าพองอากาศและขึ้นรูปเป็นภาชนะ
สามารถทนความร้อนได้ไม่เกิน 70 องศาเซลเซียส และไม่ทนอาหารที่มีไขมัน
จึงเหมาะสำหรับบรรจุอาหารสด/แห้งที่ไม่มีความร้อนและไขมันต่ำ
ถามว่าถ้านำถาดโฟมบรรจุของร้อนหรือของที่มีไขมันสูงจะเกิดอะไรขึ้น?
คำตอบก็คืออาจจะมีสารปนเปื้อนชนิดสไตรีนมอนอเมอร์
(Styrene Monomer) ออกมาปะปนกับอาหารได้ สารเคมีชนิดนี้โดยตัวมันเองไม่ทำให้เกิดพิษ
แต่เมื่อเข้าไปสะสมในร่างกาย กระบวนการเผาผลาญในร่างกายจะเปลี่ยนสารตัวนี้ให้เป็นสารเคมีอีกชนิดหนึ่งซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง
สำหรับปริมาณของสารที่จะหลุดออกมาปนเปื้อนกับอาหารนั้นจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของอาหาร
ปริมาณไขมันในอาหาร และระยะเวลาที่สัมผัส
ปลอดภัย ใช้ง่าย ด้วยโฟมบรรจุอาหาร
1. ไม่ใช้บรรจุอาหารร้อนจัด โดยเฉพาะอาหารที่ปรุงประกอบด้วยน้ำมัน
เช่น ข้าวผัด ผัดไทย หอยทอด เพราะสารสไตรีนสามารถละลายได้ดีในน้ำมัน
2. ก่อนนำภาชนะโฟมมาใช้ควรกำจัดเศษของโฟมที่ติดตามผิวภาชนะออกก่อน
3. ไม่ควรนำอาหารที่บรรจุในภาชนะโฟมเข้าไปอุ่นในเตาไมโครเวฟ
ควรเทอาหารใส่ภาชนะอื่นที่เหมาะสมจึงค่อยนำไปอุ่นในเตาไมโครเวฟ
4. ไม่ควรนำถาดโฟมที่ใช้แล้วกลับมาใช้ซ้ำอีก
เนื่องจากผิวของภาชนะอาจเกิดการชำรุด เป็นที่สะสมของเศษอาหารและเชื้อโรค
รวมถึงถาดโฟมจะเกิดการเสื่อมสภาพ ทำให้สารเคมีมีโอกาสละลายออกมาได้มากกว่าเดิม
ทั้งหมดที่นำมาฝากกันนี้ก็เพื่อสุขภาพที่ดีและชีวิตที่ยืนยาวกว่าของคุณผู้อ่านทุกคนนะครับ
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าต่อไปเมื่อคุณได้พบกับน้องฟิล์ม ฟอยล์ โฟม
ที่ไหน จะได้ระมัดระวังและตระหนักถึงความปลอดภัยในการซื้อการใช้กัน
โดยเฉพาะในช่วงปีใหม่ที่มีงานปาร์ตี้ซึ่งต้องใช้ภาชนะและบรรจุภัณฑ์จากวัสดุเหล่านี้ค่อนข้างมาก
แล้วพบกันในปีหน้าฟ้าใหม่ครับ
|